คลังเก็บหมวดหมู่: สุขภาพทั่วไป

ภัยขนาดเล็กจากฝุ่นPM2.5

หลายวันที่ผ่านมานี้ทุกคนของเห็นหมอกในเช้าที่ปกคลุมไปทั่วโดยเฉพาะในกรุงเทพที่เห็นเป็นหมอกหนาเป็นอย่างมาก คงสงสัยสินะว่าทำหมกมันเยอะมากขนาดนี้ อากาศหนาวหรือ ก็ไม่นะ สภาพอากาศของประเทศไทยนั้นก็ยังคงมีอากาศร้อนเหมือนเดิม แล้วหมอกพวกนี้มันมาจากไหน ลบล้างความคิดนั้นออกไปเลย

เพราะสิ่งที่คุณเห็นว่าเหมือนหมอกที่ปกคลุมอยู่นั้น แท้จริงแล้วไม่ใช่หมอก แต่มันคือ กลุ่มของฝุ่นอันตรายอย่างPM2.5 ซึ่งเป็นมลภาวะที่อยู่คู่กับประเทศไทยมาช้านานแล้ว แต่หลายๆปีที่ผ่านมานั้นมันยังไม่รุนแรงถึงขั้นนี้ก็ว่าได้ เพราะสาเหตุหลักที่มันอยู่กับประเทศไทยมานั้น

มาจากการกระทำของมนุษย์อย่างเราทั้งสิ้น ซึ่งการแก้ไขปัญหาให้ได้อย่างเด็ดขาดนั้นก็คือการที่ต้องนำเครื่องมือทางเทคโนโลยีเข้ามาช่วย พร้อมกับแนวทางการจัดการจากต้นน้ำสู่ปลายน้ำที่ยั่งยืน ฝุ่นPM2.5ไม่ได้มีแค่เฉพาะกรุงเทพเท่านั้นแต่ยังถูกปกคลุมไปทั่วประเทศ ซึ่งส่งผลเสียที่จะไปกระทบต่อสุขภาพร่างของประชาชน เพราะฝุ่นPM2.5นี้มีขนาดที่เล็กมาก มีขนาดอนุภาคที่เล็กกว่า 2.5 ไมครอนเสียอีก

ถ้าหากทำการมองด้วยตาเปล่าก็ของจะไม่เห็นแน่ แต่ถ้ามันจำกลุ่มรวมกันกันในจำนวนที่มากๆ ก็จะเห็นเหมือนเป็นกลุ่มควัน กลุ่มหมอก ที่เราเห็นในตอนนี้นั้นเอง  ฝุ่นPM2.5นั้นเป็นอันตรายต่อร่างกายอย่างมาก เพราะความที่มันขนาดอนุภาคที่เล็กจึงที่จะสามารถแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายและอย่างรวดเร็ว โดยที่ถ้าเราหายใจเข้าไปสู่ปอด

และซึมผ่านผนังเข้าสู่กระแสเลือด ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นกับร่างกายนั้นจะแบ่งออกเป็น 2 แบบ นั้นก็คือ แบบเฉียบพลัน และ แบบเรื้อรัง ในส่วนของแบบเฉียบพลันนั้นจะแสดงอาการภายใน 1-2 วัน ในส่วนมากจะเกิดขึ้นกับระบบของทางเดินหายใจ คือ ไอ เจ็บคอ หายใจแล้วมีเสียงฟืดฟาด มีเลือดกำเดาไหลออกมา ถ้าหากว่าเลือดนั้นไหลลงคอจะทำให้เกิดเสมหะที่เลือดเจือปนอยู่รวมด้วย หากฝุ่นเข้าตาด้วยแล้วนั้นก็จะทำให้เกิดการระคายเคืองที่ตา ตาแดง

ถ้าหากโดนผิวหนังก็จะเกิดผื่นคัน ตุ่มขึ้น ในอีกแบบคือ แบบเรื้อรัง แบบนี้จะยังไม่แสดงผลให้เห็นชัดเจน แต่จะเป็นการสะสมของพิษในร่างกายเอาไว้ แล้วถูกแสดงผลออกมาแบบระยะยาว นั้นก็คือ เส้นเลือดในหัวใจตีบทำให้เป็นโรคหัวใจวาย หัวใจเกิดอาการเต้นปกติ เส้นเลือดไปเลี้ยงสมองตีบ ซึ่งจะทำให้เกิดภาวะอัมพาตหรือถึงขั้นเสียชีวิตได้

การเกิดโรคมะเร็วปอดเพราะฝุ่นขนาดเล็กจะมีสารที่ก่อให้เกิดมะเร็ง สำหรับหญิงที่กำลังตั้งครรภ์อยู่นั้นควรระวัง เพราะจะทำให้เด็กในท้องคลอดก่อนกำหนด มีน้ำหนักน้อย มีปัญหาในเรื่องภูมิคุ้มกัน ติดเชื้อง่าย และเสี่ยงต่อการเป็นโรคออทิสซึม โดยผลกระทบทั้งหมดนี้ที่ได้นำมาแจ้งเตือนนั้นได้รับการยืนยันที่ตรงกันจากงานวิจัยทั่วโลก 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ชุดตรวจ hiv

ซิฟิลิส โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบมากไม่แพ้เอชไอวี

โรคติดต่อจากการมี sex  ที่เจอมากๆ ในหมู่วัยคะนองรัก แถมสถิติคนไข้ยังเยอะขึ้นทุกๆ ปีอีกด้วย จากสรุปรายงานการเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาของปี 2557 จากสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณะสุข พบว่า โรคติดต่อจากการมี sex   ที่สำคัญนอกจากโรคเอชไอวียังมีอีกหนึ่งโรคที่สำคัญและอันตราย สามารถส่งต่อกันได้ง่ายก็คือ โรคซิฟิลิส เราไปดูกันเลยดีกว่าว่ามีโรคนี้มันอันตรายแค่ไหนกัน

โรคซิฟิลิส (Syphilis) เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่า Treponema pallidum ติดต่อได้จากการมีเซ็กส์ บางครั้งอาจแสดงอาการคล้ายๆ กับโรคอื่น จนบางครั้งหลายๆ คน ก็มองข้ามไป

แค่มีเซ็กส์ก็ติดได้หรอ?

ถูกต้องค่ะ เพราะโรคนี้เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เท่านั้น ไม่ว่าจะทางทวารหนัก ช่องคลอด ปาก แน่นอนว่าติดได้ทุกเพศ และเพียงแค่ Oral sex ก็ไม่รอดจากเชื้อนี้ ถ้าหากคุณได้สัมผัสกับแผลซิฟิลิสโดยตรง นอกจากนี้ผู้หญิงที่มีครรภ์ก็สามารถส่งต่อโรคไปยังลูกได้ 

 

ที่ไหนบ้างที่จะไม่ติดซิฟิลิส?

เชื้อซิฟิลิสจะไม่สามารถติดต่อผ่านทางต่อไปนี้ได้

  • การนั่งโถส้วม 
  • ลูกบิดประตู
  • สระว่ายน้ำ 
  • อ่างอาบน้ำ 
  • เสื้อผ้า 
  • ช้อนส้อม
  • และอื่นๆ

ถึงแม้ว่าซิฟิลิสจะดูเป็นโรคที่ติดง่ายเหลือเกิน แต่ไม่ต้องกังวลไปเพราะว่ามันติดต่อผ่านทางการมีเพศสัมพันธ์เท่านั้น 

ลักษณะที่จะแสดงออกเมื่อติดเชื้อ 

  • มีตุ่มแดงแตกออกเป็นแผลที่บริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ ตรงรอบๆ ที่ได้ไปสัมผัสเชื้อ 
  • บางทีอาจเจอแผลที่อัณฑะ ทวารหนัก ช่องคลอด หรือริมฝีปาก ซึ่งบางทีแผลดังกล่าวอาจไม่ได้เจ็บเสมอไป และอาจสามารถหายเองได้ใน 1 เดือน 

แม้แผลจะหายแล้ว แต่เชื้อยังคงอยู่ในกระแสโลหิต ถ้าเกิดเราไม่ได้สนใจแล้วปล่อยไว้

  • อาจมีผื่นสีน้ำตาลขึ้นตามฝ่ามือ-เท้า แต่ไม่คัน 
  • ตรงไหนของร่างกายที่ไม่สะอาดก็จะมีหูดขึ้น ตัวอย่างเช่น จั๊กกะแร้ ทวารหนัก ขาหนีบ 
  • บางทีอาจมีอาการผมร่วงเป็นกระจุกๆ

ถ้าเกิดรุนแรงขึ้น เชื้ออาจลุกลามทำลายอวัยวะภายใน ไม่ว่าจะเป็น หัวใจ สมอง อาจทำให้ตาบอด หรือกระดูกหักง่าย

ซิฟิลิสกับเอชไอวี เป็นโรคที่มักจะมาคู่กัน

บางครั้งหากเราเป็นหนึ่งในสองโรคนี้ เมื่อตรวจหาอีกโรคหนึ่งก็มักจะพบเสมอ แผลซิฟิลิสเป็นตัวการที่คอยถ่ายทอดเชื้อหรือรับเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิคุ้มกับบกพร่อง (เอชไอวี) ได้ง่ายมากๆ ถึง 2-5 เท่า เมื่อเทียบกับคนที่ไม่มีแผล ซึ่งเป็นเรื่องยากมากที่จะป้องกันได้

กระบวนการรักษา

หากผู้ป่วยรู้ตัวเร็วและมารักษาในระยะต้น จะรักษาง่ายมากๆ 

  • ใช้ยาฆ่าเชื้อโรคชนิดเพนนิซิลินฉีดครั้งเดียว

สำหรับผู้ที่เป็นมานานมากกว่า 1 ปี 

  • จะต้องฉีดยาเรื่อยๆ  ซึ่งในผู้ที่แพ้ยาตัวปกติก็จะใช้ยาตัวอื่น 

การรักษาจะยับยั้งการทำลายอวัยวะภายในร่างกาย แต่ว่าไม่อาจจะรักษาอวัยวะที่ถูกทำลายไปแล้วได้

หากผู้ป่วยซิฟิลิสอยู่ในระหว่างการรักษาจะต้องงดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับ sex ทุกประเภท จนกว่าจะหายดี หากตรวจพบว่าเป็นซิฟิลิสจะต้องแจ้งให้คุณแฟนหรือคู่นอนของคุณทราบเสมอ เพื่อนำเขามาทำการตรวจและรักษาด้วย โรคซิฟิลิสมียาสำหรับการรักษาโดยเฉพาะ ดังนั้นถ้าคุณเป็นคนที่รู้ว่าตัวเองมีความเสี่ยงก็ควรที่จะมาตรวจให้เรียบร้อย เพื่อตัวคุณเองและคนที่คุณรัก 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ร้านขายยามีชุดตรวจเอดส์ขายไหม

สารอาหารสำหรับกล้ามเนื้อ

เดี๋ยวนี้ได้ข่าวว่าหลายคนเริ่มหันมาดูแลตัว ออกกำลังกาย ทานอาหารที่มีประโยชน์ รักสุขภาพมากขึ้น แน่นอนแหละว่าเพราะปัจจุบันนั้นโลกเราเปลี่ยนไปมาก

ที่มาพร้อมกับเชื้อโรคหลากหลายสายพันธุ์ที่เราไม่สามารถมองมันเห็นด้วยตาเปล่าแน่นอน ยิ่งบางโรคที่เกิดขึ้นมาเรื่อยๆนั้นยังหาสาเหตุไม่ได้ และไม่มีการรักษาที่จะสามารถทำให้หายได้ จึงเป็นที่น่ากลัวของใครหลายๆคนในปัจจุบันนี้ เทรนการออกกำลังกายและการทานอาหารจึงเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น หลายคนเริ่มใส่ใจกับการทานอาหารมากขึ้น

เลือกสิ่งที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากขึ้น ร่างกายของเรานั้นนอกจากที่เข้าใจว่า การที่หัวใจยังเต้น คือการมีชีวิตอยู่ ความคิดนี้คงไม่พอ ถ้าหากร่างกายเราปราศจากกล้ามเนื้อ ที่คอยรองรับแรง และ การยืดหยุ่นของร่างกาย กล้ามเนื้อนั้นคุณคิดว่ามันไม่หายไปไหนใช่ไหม

แต่คุณคิดผิดนะ หากร่างกายไม่ได้รับสารอาหารที่จำเป็นกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อในร่างกายคุณก็จะสามารถหายไปได้เช่นกัน ฉะนั้นแล้วคุณควรทานอาหารที่ประโยชน์ต่อกล้ามเนื้อไว้มากๆและทานในปริมาณเหมาะสม แหล่งอาหารของกล้ามเนื้อนั้นได้แก่ อาหารประเภทโปรตีน

ซึ่งในกลุ่มคนเพราะกาย หรือ กลุ่มคนที่ออกกำลังกายที่เน้นสร้างกล้ามเนื้อ ได้ออกมาพูดถึงการทานโปรตีนที่เหมาะสมที่ให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอที่จะนำไปซ่อมแซมและเสริมสร้างกล้ามในแต่ละวัน ซึ่งได้มีการออกมาว่า การทานโปรตีนให้เพียงพอต่อกล้ามเนื้อนั้น จะต้องทานโปรตีนให้เท่ากับน้ำหนักตัว เห็นประโยคนี้คงจะตกใจกันเลยว่า จะต้องกินโปรตีนเยอะขนาดนั้นเลยหรือ ความคิดท่าโปรตีนนั้นมาจากเนื้อสัตว์นั้น ให้ลบความคิดนี้ไปก่อน

เพราะแหล่งอาหารที่มีโปรตีนอาศัยอยู่นั้นไม่ได้มาจากอาหารจำพวกเนื้อสัตว์อย่างเดียวเท่านั้น ดังนั้นคุณไม่ต้องกังวลว่าจะต้องทานเนื้อสัตว์ในปริมาณที่มากถึงน้ำหนักตัวคุณ เพราะถ้าเป็นแบบนั้นคุณอาจจะอ้วนแทนก็เป็นไปได้ สงสัยกันแล้วใช่หรือไม่ว่าอาหารที่นอกจากเนื้อสัตว์แล้วมีอะไรอีกบ้างที่เป็นแหล่งสะสมของโปรตีน

บทความนี้เราเลยจะนำอาหารที่มีโปรตีนที่จำเป็นต่อกล้ามเนื้อให้ได้ทราบกัน ดังนี้

  1. ไข่ได้ โดยเฉพาะไข่ขาว ที่มีสารอาหารของโปรตีนอาศัยอยู่เยอะมาก ในส่วนของไข่แดงนั้นพยายามหลีกเลี่ยง โดยทานเพียงแค่ 1-2 ลูกเท่านั้น เพราะในไข่แดงมีคอเลสตอรอลสูง ซึ่งต่างจากไข่ที่เท่าไหร่ก็ได้
  2. อกไก่ ในร่างกายการของไก่นั้น อกไก่คือแหล่งโปรตีนชั้นดี ที่มีไขมันน้อยที่สุด และอุดมไปด้วยสารอาหารมากมายอย่าง ไนอาซิน วิตามินB6 ธาตุเหล็ก ธาตุซิลิเนียม ธาตุซิงค์
  3. นม นมเป็นแหล่งโปรตีนที่ดีเหมือนกัน มีโปรตีนที่สูงอย่าง เวย์ และ เคซีน ซึ่งในนมนั้นมีวิตามิน แร่ธาตุ คาร์โบไฮเดรตและไขมันที่จำเป็นต่อร่างกายอีกด้วย
  4. ปลา โดยเฉพาะปลาแซลมอน ที่มีโปรตีนสูงมาก ที่มีรดไขมันโอเมก้า3 วิตามินB โปรตีนคุณภาพสูง แมคนีเซียม ซิลิเนียม แคลเซียม และธาตุเหล็ก ที่จะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ
  5. ควินัว บางคนอาจจะไม่รู้จัก แต่มันคือพืชที่มีโปรตีนสู.และแคลิรี่ที่ต่ำ ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่สาวๆที่กำลังลดหุ่นเป็นอย่างมาก เพราะจะทำให้กล้ามเนื้อนั้นลีนและมีหุ่นที่สวยงาม
  6. ถั่ว ในถั่วนั้นเต็มไปด้วยโปรตีน และคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน พร้อมกับไฟเบอร์สูงที่จะมีส่วนช่วยในเรื่องของการขับถ่ายได้อีกด้วย
  7. เมล็ดแฟล็กซ์ หลายคนไม่คุ้นเคยกับมัน แต่มันเป็นแหล่งอาหารโปรตีนที่ดีในการสร้างกล้ามเนื้อ และยังช่วยลดไขมันในร่างกาย
  8. มันหวาน สามารถทานอิ่มได้แทนมื้ออาหารเลยก็ว่าได้ ในกลุ่มของคนลดน้ำหนักก็ชอบทานมันหวาน เพราะมีไฟเบอร์สูง โพแทสเซียม คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน 

 

สนับสนุนโดย  Kardinal stick รีวิว

ยาลดสัดส่วน ลดได้จริงหรือ

เพราะในยุคปัจจุบันนั้นเราไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่า รูปลักษณะภายนอกนั้นเป็นสิ่งสำคัญ และเป็นสิ่งแรกที่คนอื่นจะมองเห็น ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม ความรัก การทำงาน ส่วนใหญ่แล้วนั้นบุคลิกภาพภายนอกจะเป็นสิ่งแรกที่ถูกพิจารณามากที่สุด เชื่อเลยว่าหลายๆคนคงจะมีความกังวลในเรื่องนี้ ทำให้ต้องให้มาดูแลเรื่องสุขภาพร่างกายให้ดีมากยิ่งขึ้น คนยุคใหม่หรือคนในยุคสมัยนี้นั้นชอบความเร่งรีบ ต้องเห็นผลไว

โดยตัวเลือกของการลดน้ำหนัก ลดหุ่น หรือลดสัดส่วนบางจุดที่อยากลดนั้นก็หันไปพึ่ง ยา ซึ่งเป็นยาที่ถูกขายแล้วอ้างสรรพคุณว่าสามารถลดเอว ลดต้นขา ลดน่อง ได้ ยิ่งการที่มีภาพรีวิวหรือภาพผลลัพธ์ก่อนทานและหลังทานมาประกอบนั้น จะยิ่งเพิ่มความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์ชนิดนั้นได้ดีมากยิ่งขึ้น

หากคุณได้หลงเข้าไปซื้อนั้นเท่ากับว่าคุณกลายเป็นเหยื่อการตลาดไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถ้าหากคุณได้ทำการศึกษาเอาไว้จะพบว่า การลดสัดส่วนแบบเฉพาะนั้นไม่สามารถทำได้ ไม่ว่าตัวไหนก็สามารถเข้าไปช่วยลดไขมันเฉพาะจุดได้ ซึ่งเรื่องนี้ยืนยันโดยแพทย์เรียบร้อยแล้ว รวมไปถึงการออกกำลังกายเพื่อลดไขมันในร่างกาย

การที่เราออกกำลังกายนั้นเป็นการเผาผลาญไขมีนในร่างกายก็จริง แต่เราไม่อาจทราบได้เลยว่าร่างกายได้นำเอาไขมันในส่วนของร่างกายออกมาใช้เป็นพลังที่ถูกเผาผลาญไป เพราะฉะนั้นเราไม่สามารถลดไขมันเฉพาะจุดได้ แล้วท่าออกกำลังกายที่บอกลดขาลดเอวละคืออะไร นั้นเป็นท่าการออกกำลังที่จะช่วยให้ส่วนๆนั้นเฟิร์มขึ้น สร้างกล้ามเนื้อแทนไขมันเท่านั้น แต่อย่างไรมันก็ยังดีกว่าการทานยาที่อ้างสรรพคุณเกินจริง เพราะในความเป็นจริงแล้วยาเหล่านั้น

ไม่ได้สารอะไรที่จะเข้าช่วยในการเผลาญไขมันเลย แต่ส่วนประกอบหลักของยาเหล่านี้นั้นมีส่วนประกอบของสารกดประสาทลงไปด้วย สารตัวนี้จะเข้าไปกดประสาทของคุณ ที่คุณเคยมีความเชื่อว่าทานยาแล้วไม่รู้สึกหิว ไม่รู้สึกอยากอาหารนั้นแท้จริงแล้ว ยากดประสาทตัวนี้ได้เข้าไปครอบงำความคิดของคุณให้ไม่รู้สึกหิว ไม่รู้สึกอยากเพียงเท่านั้น

จะทำให้คุณบอกตัวเองว่าคุณนั้นไม่หิว แต่ความจริงแล้วนั้นร่างกายของคุณกำลังหิวกำลังต้องสารอาหาร แล้วแน่นอนว่าผลลัพธ์ที่ได้คือคุณจะผอมจริงๆ ซึ่งคุณก็จะบอกว่ายามันได้ผลนะ ใช่มันได้ผลเพราะมีส่วนประกอบของยากดประสาทอยู่นั้นเอง คุณจะผอมแบบร่างกายขาดสารอาหาร โทรม และระบบภายในร่างกายพัง ร่างกายจะคุ้นชินกับการทานของคุณแบบนี้ แล้วเมื่อไหร่ที่คุณลับมาทานปกติอาจจะทำให้คุณมีน้ำหนักและสัดส่วนที่เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมอย่างรวดเร็ว ฉะนั้นแล้วการดูแลสุขภาพที่ดีควรทำให้ถูกวิธี ถึงแม้ว่าอาจจะต้องใช้เวลานานแต่ผลลัพธ์มันก็จะอยู่กับเรานานเช่นกัน

 

สนับสนุนโดย  ชุดตรวจ hiv

คอลลาเจนผง หรือสารเคมีทำร้ายร่างกายกันแน่

ในขณะนี้ความชื่นชอบการกินคอลลาเจนผงกำลังเป็นที่นิยม ทั้งเหล่าศิลปิน ดารานางแบบทั้งหลายแหล่ ทำให้มีการโฆษณาชวนเชื่อของคุณประโยชน์ต่างๆ เช่น ผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด งามใสไม่ต้องฉีด ด้วยคอลลาเจนเปปไทด์แท้ เพียงคุณชงดื่ม รสเสมือนน้ำผลไม้ เพียงเท่านี้คุณก็จะมีหน้าขาวใสขึ้นใน 7 วัน เพียงคลิ๊กด้วยปลายนิ้วคุณก็สามารถหาซื้อมารับประทานกันได้แล้ว

นพ.กฤษดา ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ และ นพ.ปิยะวงศ์ เศรษฐวงศ์ แพทย์ผู้ชำนาญจาก Skeyndor Clinic มีความเห็นตรงกันว่า เพียงแค่ดื่ม “คอลลาเจนผง” แล้วผิวขาวจั๊วะ ไม่เป็นเรื่องจริง เพราะว่า จากการศึกษาเรียนรู้และค้นคว้า ทำการวิจัยพบว่าการที่จะนำคอลลาเจนมาใช้จำต้องผ่านการฉีด หรือการใช้งานเครื่องมือด้านการแพทย์สนับสนุนไออนให้นำคลอลาเจนส่งผ่านเข้าไปในร่างกาย หรือการร้อยไหม การยิงเลซอร์ เพื่อกระตุ้นให้คลอลาเจนตื่นตัว

แม้กระนั้นการใช้คอลลาเจนกับแต่ละบุคคลจะต้องมีการตรวจเช็คให้มั่นใจก่อนว่าเป็นผู้ที่แพ้โปรตีนหรืออาหารทะเลไหม ถ้าหากเจอบุคคลกลุ่มนี้ก็ไม่สามารถที่จะใช้คลอลาเจนได้
นพ.กฤษดา ได้ชี้แจงว่าคอลลาเจนก็คือส่วนต่างๆ ของร่างกาย ตั้งแต่เส้นผม เล็บ กล้าม เนื้อ หนัง ล้วนแล้วแต่เป็นคอลลาเจนร่วมกันทั้งปวง ด้วยเหตุนี้คอลลาเจนก็คือ ตัวพวกเรา แล้วโปรตีนที่อยู่ในสัตว์อื่นๆ ก็เช่นกัน แม้กระนั้นที่นิยมกันขณะนี้เป็นการสกัดคอลลาเจนจากปลาสมุทรน้ำลึก ซึ่งชอบประชาสัมพันธ์กันว่า คอลลาเจนผงจากปลาสมุทรน้ำลึก หรือไม่ก็คลาลาเจนจากหอยปุก คอลลาเจนบริสุทธิ์ อื่นๆ อีกมากมาย เพื่อผู้ซื้อได้มีความเห็นว่าเป็นของที่หายาก ส่วนใหญ่ในการประชาสัมพันธ์เน้นว่าเป็นคอลลาเจนจากปลาสมุทรน้ำลึก อธิบายคุณประโยชน์หลากหลาย แต่หาได้บอกถึงจุดด้วยที่จะตามมาแต่อย่างใด แต่ว่าข้อเสียที่สาวๆ ทั้งหลายแหล่ควรที่จะทราบก่อนทจะทำการตัดสินใจเลือกบริโภค คือ

• อาจทำให้เกิดอาการอาเจียน อ้วก แต่ว่าถ้าหากเจอผู้ที่มีลักษณะแพ้มากๆ จะกำเนิดอาการบวม แน่นหน้าอก จนกระทั่งถึงขั้นหายใจไม่ออกได้เลย ด้วยเหตุดังกล่าวผู้ที่แพ้อาหารทะเล ก็เลยไม่สามารถที่จะใช้คอลลาเจนที่สกัดจากปลาสมุทรน้ำลึกได้

• คอลลาเจนจากปลาสมุทรน้ำลึก มักจะพบเจอสารเจือปนพวกโลหะหนักที่ติดมาจากสมุทรน้ำลึก อาทิเช่น พวกตะกั่ว ปรอท ฯลฯ

แม้กระนั้นในบุคคลที่ไม่มีอาการแพ้ ใช่ว่าจะไม่มีอันตราย ถ้าหากรับประทานทุกๆ วัน ไตทำงานมาก มิได้พักจะเจอปัญหาไตทำงานมากจนกระทั่งถึงขั้นไตวายได้ แพทย์ปิยะตระกูลได้ชี้แจงว่าการรับประทานคลอลาเจนระยะยาว มีสิทธิ์ไตพังทลาย เพราะการจะรับประทานให้ขาวไม่เพียงแค่คลอลาเจนแค่นั้นแต่ว่ามีการผสมสารกลูตาไธโอนเข้าไปด้วย เพื่อกระตุ้น ส่งผลให้มีการเกิดผลข้างคียงอย่างมาก เพราะว่ากลูต้าไธโอนก็คือสารปรอทดีๆนี่เอง ซึ่งเป็นตัวช่วยทำให้เกิดการปรับสีผิวให้ขาว แต่คงขาวได้ในเวลาไม่นาน แม้กระนั้นในระยายาว อาจจะส่งผลให้ให้ตับและไตของเราพังได้ ถ้ารับประทานต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลา 1 ปี หรือเกินกว่านั้น บางทีอาจเกิดภาวะไตวายได้

ผลกระทบของผู้ที่รับประทานคอลลาเจนผง จะมีลักษณะอาการหน้ามืด อาการวูบ และความดันลด ลุกขึ้นยืนมาหน้ามืดเวียนหัว แม้กระนั้นที่น่าวิตกคือ คลอลาเจนผงเหล่านี้ส่วนใหญ่จะผสมคาเฟอีน กับน้ำตาลฟรุกโตส เพื่อผู้ที่ดื่มรู้สึกกระชุ่มกระชวย ร่างกายไม่อ่อนแรง ก็เลยไม่ทราบถึงผลที่จะตามมา

หากพวกเราปรารถนาที่จะเสริมคอลลาเจน ขอแนะนำให้รับประทานคอลลาเจนจากธรรมชาติน่าจะดีมากกว่า ยกตัวอย่างเช่น การกินปลานึ่งมะนาว ได้ทั้งคลอลาเจนแล้วก็วิตามินซี ซึ่งเมื่อเปรียบกับคอลลาเจนผง คุณอาจจะได้คลอลาเจนไม่ถึง 1เปอร์เซ็น แต่คุณอาจจะได้รับสารตะกั่ว รวมทั้งสารปรอท มาเป็นของแถมแทนนะคะ

เพราะฉะนั้นคุณผู้หญิงทั้งหลายที่ต้องการจะรับประทานอะไรสักอย่างเพื่อความสวยสดงดงาม ควรจะคิดถึงผลกระทบในทางที่ไม่ดีตามมาด้วยนะคะ ว่าสิ่งที่คุณรับประทานเข้าไปมันให้คุณประโยชน์หรือโทษกันแน่

สุดอันตรายโรคช็อกโกแลตซีสต์

ช็อกโกแลตซีสต์ โรคอันตรายที่เกิดขึ้นได้กับผู้หญิงทุกคน
รองผู้อำนวยการด้านการแพทย์ โรงพยาบาลราชวิถี อธิบายว่า ช็อกโกแลตซีสต์ หรือ ถุงน้ำช็อกโกแลต ที่ในทางการแพทย์เรียกว่า เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญเติบโตผิดที่ สาเหตุของการเกิดช็อกโกแลตซีสต์ในผู้คนส่วนใหญ่ จะเกิดจากการที่ประจำเดือนส่วนหนึ่งไหลย้อนไปทางปีกมดลูก แล้วเข้าไปฝังตัวที่อื่นๆ โดยนำเซลล์ของเยื่อบุโพรงมดลูกเข้าไปด้วย เมื่อเซลล์นี้ไปฝังตัวอยู่ที่อวัยวะไหนก็จะเกิดถุงน้ำขึ้นที่อวัยวะนั้น ส่วนมากเราจะพบจุดเกิด ช็อกโกแลตซีสต์บ่อยๆได้ในรังไข่ แต่ถ้าเยื่อบุโพรงมดลูกแทรกเข้าไปในกล้ามเนื้อมดลูกจะไม่กลายเป็นซีสต์ ทว่าจะกลายเป็นพังผืดหรือก้อนในกล้ามเนื้อมดลูกแทน อันตรายของช็อกโกแลตซีสต์ ไม่สามารถระบุสาเหตุได้ชัดเจน ต้องอาศัยการตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อตรวจหาและเฝ้าระวัง ดังนั้นสาวๆ จึงควรหมั่นไปตรวจสุขภาพประจำปีกันนะคะ

อาการเตือนกลุ่มเสี่ยง “ช็อกโกแลตซีสต์”
1. มีประจำเดือนบ่อยกว่าปกติ (ระยะห่างของรอบเดือนที่สั้น คือ น้อยกว่า 28 วัน)

2. ประจำเดือนมีปริมาณมากผิดปกติเป็นประจำ

3. อยู่ในภาวะมีบุตรยาก

4. มีบุตรช้า

5. พันธุกรรม หากเคยมีเครือญาติเคยป่วยเป็นโรคช็อกโกแลตซีสต์ คุณจะมีความเสี่ยงในการเป็นโรคมากกว่าคนปกติ 6-10 เท่า)

อาการของโรคช็อกโกแลตซีสต์
– อาการปวดท้องมากเมื่อมีประจำเดือน
– อาจมีอาการเจ็บปวดเมื่อมีเพศสัมพันธ์

ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง หากพบความผิดปกติเกี่ยวกับการมีประจำเดือน ควรเข้ารับการตรวจกับแพทย์ เพื่อรับการวินิจฉัยอย่างละเอียด

โรคที่ไม่ควรมองข้ามเป็นโรคเกี่ยวกับความดันโลหิตและไขมันพอกตับ

โรคต่างๆเราไม่ควรละเลย ยิ่งเป็นโรคที่เป็นอัตรายมากๆอย่างเช่นโรคไขมันพอกตับหรือโรคที่เกี่ยวกับความสดันโลหิตด้วยแล้วยิ่งไม่ควรมองข้ามเข้าไปใหญ่ เพราะมันสามารถฆ่าเราแบบเงียบๆโดยไม่มีการแจ้งเตือนใดๆเลย

โรคความดันโลหิตเป็นโรคที่ไม่แสดงอาการอะไรให้เราทราบได้ล่วงหน้า หากเรามีการตรวจพบว่าเราเป็นโรคเหล่านี้แต่ก็อย่าได้ชะล่าใจเด็ดขาด เราควรไปพบแพทย์เป็นประจำละควรที่จะไม่ละเลยในการดูแลรักษาตัวเอง เพราะอย่างที่รู้กันดีว่าหากเป็นโรคนี้แล้วจะไม่มีอาการที่ร้ายแรงอะไร จึงทำให้เรามักมองข้ามและปล่อยปะละเลย อย่ากลัวสิ้นเปลืองในการที่จะเข้าพบแพทย์เพราะผลเสียที่เราปล่อยปะละเลยไม่รักษามันหนัก

สาเหตุหรือปัจจัยหลักที่ทำให้เป็นโรคความดันโลหิตสูง

กรรมพันธุ์ ซึ่งหากมีใครที่เป็นโรคนี้มีอยู่ในครอบครัว เราก็อาจเสี่ยงเป็นโรคนี้ได้ เพราะเป็นตามสายเลือดที่ส่งทอดมาถึงกัน แต่นั้นก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะเป็นทุกคน เพราะในครอบครัวนั้นอาจมีแค่บางคนที่สามารถเป็นได้ ซึ่งมันเป็นการเสี่ยงที่จะเป็นและไม่เป็นก็ได้เช่นกัน และเพราะเหตุนี้หากคนในครอบครัวหรือบรรพบุรุษของเรมีใครเป็นเราก็ควรป้องกันด้วยการไปพบแพทย์เพื่อป้องกันหรือตรวจหาเชื้อ เพื่อจะได้ดูแลเนิ่นๆ

สภาพแวดล้อม การเป็นโรคเหล่านี้สภาพแวดล้อมคือส่วนหนึ่งที่ก่อให้เกิดโรคต่างๆไม่ใช่แค่โรคความดันโลหิตสูงเท่านั้น แต่ยังมีโรคต่างๆอีกเป็นพันๆโรคที่เกิดจากสภาพแวดล้อมของเรา ดังนั้นเราควรดูแลด้วยการพักผ่อนให้เพียงพอ กินอาหารที่มีประโยชน์ และควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสจัด โดยเฉพาะรสที่เค็มเกินไปหรือหวานเกินไป เราไม่ควรเครียด หรืองดการสูบบุหรี่ แน่นอนไม่ควรดื่มเครื่องดื่มที่ผสมแอลกอฮอลล์ หากเลิกไม่ได้ก็ควรกินในบริมาณที่น้อยลง

เนื่องจากมีโรคความดันโลหิตสูงสามารถพบได้กับทุกคนแต่นั้นก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีโรคความดันโลหิตต่ำ ซึ่งถ้าความดันที่ต่ำเราจะเรียกชื่อเขาว่าสภาวะความดันโลหิตต่ำ

สาเหตุที่จะเกิดสภาวะโลหิตต่ำได้นั้นก็ต่อเมื่อร่างกายของเรามีการขาดน้ำ อาทิเช่น เสียเลือดมาก สภาพแวดล้อมที่มีอากาศร้อนแบบจัดๆ ซึ่งความดัดโลหิตที่วัดค่าได้ 90/60 มม. ปรอท มันไม่ได้ศื่อว่าเราจะเป็นเสียทั้งหมด บางคนคิดว่าการที่เรามีอาการหน้ามืด เวียนศีรีษะบ่อยครั้ง นั้นคืออาการของความดัน ซึ่งสาเหตุหลักๆเกิดจากการที่เราไม่ออกกำลังกาย และหลักการที่บอกว่าเบียร์ช่วยแก้รักษาอาการได้นั้น ต้องบอกว่าผิดนะ ควรไปรักษาอาการเหล่านั้นกับแพทย์จะดีกว่า

ยาลดคอเลสเตอรอลในร่างกายดีจริงหรือไม่?

ยาลดคอเลสเตอรอลในร่างกายดีจริงหรือไม่?
คอเลสเตอรอลสูงนั้นเกิดขึ้นได้กับทุกเพศ ทุกวัย ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการกินของคุณ หากคุณทานอาหารที่ให้พลังงานสูงเข้าไปในปริมาณมากๆ ก็จะทำให้ร่างกายของคุณเผาลาญอาหารเหล่านั้นไม่ทัน และเกิดเป็นคอเลสเตอรอลสะสมในร่างกาย แต่อย่างไรก็ตาม คอเลสเตอรอล นั้นเป็นแหล่งรวมของไขมันทุกชนิด ทั้งดี และไม่ดี การทานยาลดคอเลสเตอรอล หรือยาของกลุ่มสแตติน จะเป็นการทลายทั้งไขมันที่ดี และไม่ดีออกไปในคราวเดียวกัน หากทานยาลดคอเลสเตอรอลมากๆ หรือทานเป็นประจำ จะส่งผลเสียต่อร่างกาย ทำให้ผนังกล้ามเนื้อมีความแข็งแรงที่น้อยลง กล้ามเนื้อฝ่อ กล้ามเนื้อลีบ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดสะบัก แขนขา ทำลายผนังเซลล์ ซึ่งอาจกระทบไปถึงผนังเซลล์ตับ จนอาจเป็นสาเหตุของตับอักเสบ รวมไปถึงความผิดปกติของฮอร์โมนเพศ และฮอร์โมนอื่นๆ อีกด้วย ทำให้เพศสัมพันธ์ไม่ดี อารมณ์แปรปรวน ซึมเศร้า พุงโต เผาผลาญน้อย

แล้วจะทำอย่างไร ถึงจะช่วยลดปริมาณคอเลสเตอรอลที่ไม่ดีได้?
จริงๆ แล้วหากคุณต้องการที่จะลดคอเลสเตอรอลที่ไม่ดีที่สมสมะในร่างกายก็มีวิธีที่ง่ายๆ อยู่เช่นกัน ได้แก่
1. ทานอาหารเช้า เพื่อให้ร่างกายคุณได้มีพลังงานเหลืออยู่บ้าง มื้อกลางวันของคุณจะได้ทานน้อยลงทำให้อาหารที่เข้าไปในร่างกายมีความพอดีต่อความต้องการ
2. ทานมื้อละจานเท่านั้น ไม่ต้องเพิ่ม มื้อเย็นลดแป้ง ทานโปรตีน และผัก เช่น แกงจืดวุ้นเส้นหมูสับ ส้มตำ (รสอ่อนๆ) สุกี้ (ไม่ใส่ลูกชิ้น ทานน้ำจิ้มน้อยๆ) เป็นต้น

3. ลดการทานอาหารพลังงานสูง เช่น เนื้อแดง เนื้อติดมัน อาหารปิ้งย่าง อาหารทะเล อาหารมัน อาหารทอด เครื่องในสัตว์ เบเกอรี่ ขนมหวาน ขนมปัง เนย เรายังสามารถทานได้ แต่ไม่ควรทานเยอะจนเกินความจำเป็นค่ะ

4. ออกกำลังกาย เพื่อเพิ่มการเผาผลาญในร่างกาย และช่วยเปลี่ยนคอเลสเตอรอลให้กลายเป็นไขมันดีได้ โดยเน้นไปที่คาร์ดิโอ หรือการออกกำลังกายหัวใจ เช่น เล่นกีฬาต่างๆ วิ่ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน อย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน 5 วันต่อสัปดาห์

ฟาสด์ฟู้ดทำชายไทยเสี่ยงมะเร็งต่อมลูกหมากมากขึ้นจริงหรือ?

ในปัจจุบันมีสถิติพบว่า ชายไทยที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไปมีความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก ซึ่งหนึ่งในสาเหตุหรือปัจจัยหลักของความเสี่ยงมาจากอาหารการกิน โดยเฉพาะการกินอาหารประเภทฟาสต์ฟู้ดซึ่งมีส่วนประกอบของเนย นม ชีสมาก

ประธานฝ่ายวิชาการสมาคมศัลยแพทย์ระบบปัสสาวะแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า ในปัจจุบันผู้ชายไทยที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป มีโอกาสเสี่ยงที่จะเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งต่อมลูกหมากมากขึ้น โดยมีสถิติอยู่ที่ 2.5-3 รายต่อแสนประชากร จากเดิมที่โรคมะเร็งของต่อมลูกหมากจะติดอันดับหรืออยู่ในลำดับ 7-8 มาตลอด แต่ในปัจจุบันไม่เป็นอย่างนั้นแล้วเพราะโรคมะเร็งต่อมลูกหมากดันสูงเป็นอันดับ 4 ของโรคมะเร็งทั่วไปในชายไทย โดยปัจจัยหนึ่งเกิดจากการรับประทานอาหารฟาสต์ฟู้ด อาหารที่มีนม เนย ชีสต์เพิ่มมากขึ้น

ปัจจัยเสี่ยง มะเร็งต่อมลูกหมาก

  • กรรมพันธุ์ ผู้ที่มีพ่อหรือพี่ชายเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากจะมีโอกาสเป็นสูงกว่าคนทั่วไป 3 เท่า
  • อายุที่เพิ่มขึ้น อายุที่เสี่ยงต่อมะเร็งต่อมลูกหมากมากกว่าวัยอื่นๆ คืออายุมากกว่า 50 ปี
  • น้ำหนักมากกว่าเกณฑ์มาตรฐาน อ้วนลงพุง
  • พฤติกรรมในการรับประทานอาหารที่เน้นไขมันสูง เนื้อแดง มากเกินไป และรับประทานผักผลไม้น้อย

สัญญาณอันตราย “มะเร็งต่อมลูกหมาก”
สัญญาณเตือนให้คุณระวังตัวจากโรคมะเร็งต่อมลูกหมากที่สามารถสังเกตได้ คือ มีการปัสสาวะบ่อยในตอนกลางคืน การปัสสาวะทำได้ลำบาก ปัสสาวะแบบกลั้น ปัสสาวะไม่หมด กลั้นปัสสาวะไม่ค่อยได้ ปวดเวลาปัสสาวะ หรือมีเลือดปนออกมา รวมทั้ง ไม่มีแรง อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ปวดหลัง ปวดกระดูก น้ำหนักลด หากมีอาการเหล่านี้ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัย

ตรวจพบก่อน รักษาให้หายได้ก่อน

การรักษาโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก หากมีการตรวจพบโรคนี้ในระยะเริ่มต้นด้วยเทคโนโลยีการแพทย์ในปัจจุบันได้พัฒนาอย่างก้าวไกลทำให้หากเป็นในระยะแรกสามารถรักษาให้หายขาดได้และการคัดกรองเพื่อค้นหาผู้ป่วยมะเร็งตั้งแต่เริ่มแรกมีผลให้อัตราการเสียชีวิตลดลง 21% และสามารถลดมะเร็งต่อมลูกหมากระยะลุกลามขณะวินิจฉัยได้

วิธีรักษาโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก

  1. ระยะที่ 1-2 มะเร็งยังไม่แพร่กระจายสามารถรัษาให้หายขาดได้ ด้วยการผ่าตัดต่อมลูกหมากออกทั้งหมด การฝังแร่รังสี
  2. ระยะที่ 3-4 เป็นระยะที่มะเร็งลุกลามไปยังอวัยวะอื่นๆ เช่น กระดูก ตับ ไต ปอดและต่อมน้ำเหลือง อาการจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ บางรายถึงขั้นเป็นอัมพาต ทำการรักษาได้เพียงลดภาวะแทรกซ้อน ซึ่งมียาบางชนิดช่วยฉีดประคับประคอง

วิธีลดความเสี่ยงโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก

  1. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค ลดอาหารมัน ควบคุมคอเลสเตอรอล
  2. กินอาหารไทยที่อุดมด้วยพืช ผัก ผลไม้ที่มีไลโคปีน เช่น แตงโม มะเขือเทศสุก ผักตระกูลกะหล่ำ ผลิตภัณฑ์จากเต้าหู้และถั่วเหลือง ซึ่งจะสามารถช่วยยับยั้งโอกาสป่วยด้วยมะเร็งต่อมลูกหมากได้
  3. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ครั้งละอย่างน้อย 30 นาที 3-5 วันต่อสัปดาห์
  4. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอราว 6-8 ชั่วโมงต่อคืน

เทรนด์เลือกอาหาร 2019 ฉบับคนรักสุขภาพ

เทรนด์อาหารเพื่อสุขภาพยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง นอกจากการรับประทานอาหารแบบคีโตเจนิก หรือการกินอาหารแบบ Intermittent Fasting ที่เป็นที่พูดถึงอยู่ตลอดปี 2019 นี้แล้ว ในปี 2020 ยังมีเทรนด์อาหาร และเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพอะไรที่น่าสนใจกันบ้าง

โปรตีนแทนเนื้อสัตว์ และโปรตีนสายพันธุ์ใหม่
มีการประมาณการว่า มูลค่าการบริโภคอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพในปี 2561 มีมูลค่าประมาณ 86,648 ล้านบาท โดยกลุ่มโปรตีนจากพืชและนมพืช ซึ่งเป็นอาหารทดแทนเนื้อสัตว์ที่ผลิตจากพืชตระกูลถั่ว เห็ด และสาหร่าย รวมถึงการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากพืชเมล็ดถั่ว ตลอดจนโปรตีนจากการหมักเชื้อจุลินทรีย์ มีมูลค่าประมาณ 6,321 ล้านบาท และยังคาดการณ์ว่า มูลค่าการบริโภคอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพในปี 2562 จะมีมูลค่าประมาณ 88,731 ล้านบาท หรือมีอัตราการขยายตัว 2.4% เมื่อเทียบจากปี 2561 โดยกลุ่มโปรตีนจากพืชและนมพืช จะมีมูลค่าประมาณ 6,725 ล้านบาท และมีแนวโน้มขยายตัว 6.4% ตามความนิยมบริโภคอาหารโปรตีนสูงเพื่อสร้างสมดุลทางโภชนาการทดแทนเนื้อสัตว์ การเสริมสร้างกล้ามเนื้อ รวมถึงการรักษาสุขภาพเพื่อลดความเสี่ยงของโรคที่เกิดจากการบริโภคอาหารประเภทเนื้อสัตว์

ส่วนการเกิด “เนื้อไร้เนื้อ หรือ Plant Based Food” จะกลายเป็นเมกะเทรนด์ของอนาคต เนื่องจากเป็นโปรตีนที่ไม่สร้างมลพิษในขั้นตอนการผลิต ทั้งยังดีต่อสุขภาพซึ่งเป็นใจความสำคัญของการใช้ชีวิตของมนุษย์ในยุคปัจจุบันที่โรคต่าง ๆ เริ่มพัฒนาและต่อต้านการรักษาได้มากขึ้น เมื่อประกอบกับการคาดการณ์ถึงภาวะขาดแคลนเนื้อสัตว์อันเนื่องมาจากปัจจัยของสภาพแวดล้อมและทรัพยากรที่ใช้มีลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด เนื้อที่ใช้วิธีการปลูกขึ้นมาจึงจะกลายเป็นอาหารหลักในไม่ช้า

ลดน้ำตาล เพิ่มความหวานที่ดีต่อสุขภาพ
เพราะกระแสรักสุขภาพของภาคประชาชนและการขึ้นภาษีน้ำตาลของภาครัฐเริ่มส่งผลอย่างเห็นได้ชัด ทั้งตลาดอาหารและตลาดเครื่องดื่มที่มีรสหวานเลยต้องลดการใช้น้ำตาลให้มีปริมาณที่น้อยลง มองหาแหล่งความหวานทางเลือกใหม่ที่ไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพเพื่อตอบรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคและควบคุมต้นทุนการผลิตไปพร้อม ๆ กัน รวมไปถึงการมุ่งผลิตสินค้ารูปแบบใหม่เพื่อชิงเปิดตลาดสินค้ากลุ่มที่มีรสชาติไม่หวานก่อนแบรนด์อื่น

ในขณะเดียวกัน ก็ใช้งานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความหวานที่ดีต่อสุขภาพ เพื่อตอบรับกับความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการความหวานเพื่อความรื่นรมย์ในการทานอาหารอยู่ เช่น การเปลี่ยนโครงสร้างอนุภาคของน้ำตาล เพื่อให้ละลายบนลิ้นได้เร็วกว่าเดิม ซึ่งผู้บริโภคจะได้รับรสชาติความหวานเท่าเดิม อาหารมีรสชาติเหมือนเดิม 100% แต่สามารถลดน้ำตาลในการผลิตได้มากถึง 40%

อาหารพร้อมทานเพื่อสุขภาพ
เป็นเทรนด์อาหารที่เกิดขึ้นมาหลายปีและจะยังคงอยู่ตามกระแสรักสุขภาพที่เป็นเมกะเทรนด์ในตอนนี้ โดยคำนึงถึงปัจจัย 5 ประการ คือ มีปริมาณน้ำตาลน้อย ไขมันอิ่มตัวต่ำ ไขมันรวมต่ำ มีใยอาหาร และมีโปรตีนในปริมาณที่เพียงพอ โดยมีการคาดการณ์ว่าตลาดอาหารพร้อมทานเพื่อสุขภาพของโลกจะมีมูลค่าประมาณ 10,551 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2564 โดยกลุ่มผู้บริโภคจะเป็นกลุ่มคนรุ่น Millennial อายุ 18-34 ปี ที่รับกระแสรักสุขภาพและตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรอาหารรวมไปถึงสิ่งแวดล้อม และกลุ่ม Baby Boomers ที่มีอายุ 51-69 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มผู้สูงอายุที่ต้องดูแลสุขภาพและปรับเปลี่ยนโภชนาการให้เหมาะกับวัย

อาหารสำหรับผู้สูงอายุและโภชนาการแบบเฉพาะบุคคล
การเป็นสังคมผู้สูงอายุของประชากรโลก ทำให้สถานการณ์ของอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มต้องให้ความสำคัญกับผู้บริโภคกลุ่มนี้มากขึ้น โดยมีการคาดการณ์ว่าผู้สูงวัยอายุ 60 ปีขึ้นไป จะเพิ่มขึ้นจาก 900 ล้านคน ในปี 2015 เป็น 2,000 ล้านคน ในปี 2050 หรือจากร้อยละ 12 เป็นร้อยละ 22 ของจำนวนประชากรโลกทั้งหมด ด้านประเทศไทย ในปี 2565 ประมาณการว่าจะมีผู้สูงวัยอายุ 70 ปี มากถึง 4.6 ล้านคน นำมาซึ่งความต้องการด้านโภชนาการที่เหมาะสมกับสุขภาพ วัย และโรคประจำตัว ซึ่งจะต้องลดความหวาน เค็ม มัน เสริมโปรตีน เสริมแคลเซียม และย่อยง่าย

วัตถุดิบและส่วนผสมจากท้องถิ่น
สืบเนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมท้องถิ่น หรือความแปลกใหม่อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะกลุ่ม ส่งผลให้อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มต้องมองหาวัตถุดิบและส่วนผสมที่มีในเฉพาะบางพื้นที่เข้ามาใช้ในอุตสาหกรรม โดยคุณค่าของความเป็นท้องถิ่นจะช่วยสร้างมูลค่าของสินค้าได้มากขึ้น ส้มบางสายพันธุ์ ข้าวบางสายพันธุ์ กล้วยบางสายพันธุ์ หรือแม้แต่การเพาะปลูกเก็บเกี่ยวและผลิตในเฉพาะบางพื้นที่ล้วนสร้างเรื่องราวและคุณค่าได้อย่างมหาศาล

เครื่องดื่มสีใส แต่งกลิ่น แต่งรส สดชื่น
เมื่อตลาดเครื่องดื่มเริ่มอิ่มตัว การสร้างสรรค์สินค้าใหม่จึงเป็นอีกทางออกที่สร้างมูลค่าได้อย่างน่าสนใจ โดย Water Plus เครื่องดื่มสีใส แต่งกลิ่น แต่งรส และให้ความสดชื่น เกิดขึ้นมาเพื่อทำตลาดใหม่ หลังจากที่ตลาดเดิมอย่างน้ำอัดลมกำลังถึงจุดอิ่มตัวจากกระแสรักสุขภาพ ซึ่งสีใสของ Water Plus จะให้ความรู้สึกว่าเป็นเครื่องดื่มที่ใกล้เคียงกับน้ำเปล่า ในขณะเดียวกันก็ให้รสชาติและความสดชื่นจากการปรุงแต่งผ่านส่วนผสม โดยการแข่งขันของตลาดนี้กำลังคึกคักเป็นอย่างมาก ดังจะเห็นได้จากความหลากหลายของแบรนด์บนชั้นวางเครื่องดื่มสีใสที่อยู่ในร้านสะดวกซื้อ

ดื่มเพื่อสุขภาพ (บำรุงสมอง เสริมการทำงานลำไส้ และเพิ่มความงาม)
จากปัจจัยที่ผู้บริโภคเครื่องดื่มกำลังมองหาสินค้าที่มีน้ำตาลน้อยไปจนถึงไม่มีน้ำตาล แต่รสชาติ อร่อยไปพร้อม ๆ กับเป็นทางเลือกเพื่อสุขภาพ เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพจึงถูกคิดค้นขึ้นมากมายในยุคสมัยนี้ โดยเทรนด์ที่กำลังเป็นที่นิยมคือการเพิ่มส่วนผสมเพื่อบำรุงสมองและการทำงานของระบบประสาท ซึ่งเป็นความต้องการของผู้บริโภคทุกกลุ่มวัย นอกจากนี้ การเติมโพรไบโอติกและพรีไบโอติกรวมไปถึงเส้นใยเพื่อช่วยการทำงานของระบบลำไส้ก็ยังเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการอันเนื่องมาจากปัญหาในการทานผักและผลไม้น้อยตามไลฟ์สไตล์ที่เร่งด่วน ปิดท้ายกับการเติมส่วนผสมที่ช่วยเรื่องความสวยงามและชะลอวัย อย่างเช่น คอลลาเจน ซิงค์ วิตามินซี ที่แพร่หลายอยู่ในอาหารและเครื่องดื่มในปัจจุบัน

น้ำดื่มบรรจุขวดและน้ำมะพร้าว
ปัจจุบัน ถือเป็นยุคเฟื่องฟูของน้ำดื่มบรรจุขวด เนื่องจากผู้บริโภคมีความต้องการน้ำดื่มที่สะอาดและมีคุณภาพ โดยมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้นจากการขยายตัวของ GDP และชนชั้นกลางที่เพิ่มจำนวน พร้อมปัจจัยหนุนจากอากาศร้อนที่ทวีความรุนแรงจากปรากฏการณ์ El Nino ทำให้น้ำดื่มบรรจุขวดเป็นที่ต้องการในตลาดเป็นอย่างมาก โดยมีน้ำมะพร้าวบรรจุขวดเป็นดาวรุ่งของวงการ จากการแจ้งเกิดแบรนด์น้ำมะพร้าวมากมายในตลาดของช่วงที่ผ่านมา และยังคงจะได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในอนาคต จากแนวโน้มของตลาดน้ำมะพร้าวทั่วโลก ที่คาดว่าจะมีการเติบโตสูงถึง 26.8% ในปี 2563 และมีมูลค่าสูงถึง 2.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยประเทศในกลุ่มเอเชีย-แปซิฟิก และอเมริกาใต้ เป็นกลุ่มที่มีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังการคาดการณ์กันอีกว่ามูลค่าตลาดน้ำมะพร้าวทั่วโลกมีแนวโน้มจะเติบโตขึ้นถึง 50% ภายในปี 2020

การแปรรูปแมลง
แมลงเป็นอาหารโปรตีนสูงที่สามารถบริโภคทดแทนเนื้อสัตว์ได้ โดยแป้งที่ได้จากการทำแมลงให้เป็นผง 100 กรัม จะให้โปรตีนได้สูงถึง 50% ในขณะที่เนื้อสัตว์อื่น ๆ จะให้โปรตีนที่ 30% เท่านั้น ที่สำคัญแมลงนั้นใช้วัตถุดิบและสร้างมลพิษให้โลกน้อยมาก โดยการเพาะเลี้ยงแมลงจะปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่าการเลี้ยงสัตว์ชนิดอื่น ๆ อีกทั้งแมลงยังสามารถเพาะเลี้ยงให้เป็นอาหารที่ไร้กลูเตน เหมาะสำหรับคนแพ้กลูเตนที่มีอยู่มากมายในปัจจุบัน

ธุรกิจแมลงที่รับประทานได้ทั่วโลกมีมูลค่าสูงถึง 400 ล้านเหรียญสหรัฐ (12,000 ล้านบาท) โดยเอเชียเป็นตลาดหลักในการบริโภคและส่งออก มีสัดส่วนประมาณ 40% ของโลก ซึ่ง 5 ปีที่ผ่านมาอุตสาหกรรมแมลงเติบโตปีละประมาณ 20% และประเทศไทยเป็นตลาดที่มีการส่งออกแมลงไปขายทั่วโลก มีนักลงทุนต่างชาติเข้ามาทำฟาร์มเพาะเลี้ยงซึ่งมีศักยภาพที่จะเติบโตต่อไป