คลังเก็บหมวดหมู่: สุขภาพทั่วไป

สัญญาณอันตรายเตือน โรคนิ่ว

“นิ่วในถุงน้ำดี” เป็นโรคที่เริ่มพบได้บ่อยมากขึ้นตั้งแต่วัยรุ่น วัยทำงาน ไปจนถึงวัยชรา สาเหตุเกิดจากการตกผลึกของหินปูน (แคลเซียม) หรือคอเลสเตอรอลที่มีอยู่ในน้ำดี ซึ่งเป็นผลมาจากการขาดสมดุลของน้ำดี หากก้อนนิ่วไปอุดถุงน้ำดี อาจทำให้ถุงน้ำดีอักเสบ และหากมีก้อนนิ่วติดค้างอยู่ที่ถุงน้ำดีเป็นเวลานาน อาจกระตุ้นให้เกิดเป็นมะเร็งถุงน้ำดีได้

นอกจากคนที่อยู่ในภาวะอ้วน เบาหวาน ทาลัสซีเมีย โลหิตจาง และคนที่รับประทานยาลดไขมันบางชนิด จะเสี่ยงต่อโรคนิ่วในถุงน้ำดีแล้ว รู้หรือไม่ว่า อาหารการกินบางอย่างก็เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคนี้ได้อีกด้วย

ออกซาเลต สาเหตุของโรคนิ่ว
จริงๆ แล้วนอกจากโรคนิ่วในถุงน้ำดีแล้ว ก้อนนิ่วยังสามารถไปอุดตันในอวัยวะอื่นๆ ได้อีก เช่น “นิ่วที่ไต” “นิ่วที่ท่อไต” “นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ” และ “นิ่วในท่อปัสสาวะ” สาเหตุที่ทำให้เกิดนิ่วอาจไม่สามารถระบุได้ชัดเจน แต่มีปัจจัยเสี่ยงหลายอย่างที่ทำให้เกิดก้อนนิ่วได้ เช่น ดื่มน้ำน้อย มีโรคในระบบทางเดินปัสสาวะ เป็นโรคอ้วน และมีพ่อแม่ที่เคยเป็นโรคนิ่วมาก่อน อีกปัจจัยหนึ่งที่เพิ่มความเสี่ยงให้เกิดก้อนนิ่วได้ คือการบริโภคอาหารที่มีออกซาเลตสูงมากเกินไป

ออกซาเลต เป็นสารมีฤทธิ์ในการยับยั้งการดูดซึมของแคลเซียมและแร่ธาตุที่สำคัญหลายชนิดในกระแสเลือด หากรับประทานเป็นประจำทุกวันในปริมาณมาก ออกซาเลตจะเข้าไปตกผลึกสะสมในไต กระเพาะปัสสาวะ และอวัยวะอื่นๆ ใกล้เคียง อาจทำให้เป็นนิ่วได้

อาหารที่ออกซาเลตสูง ได้แก่

  • ช็อกโกแลต
  • โกโก้
  • น้ำชา
  • มันเทศ
  • ผักโขม
  • ใบชะพลู
  • ผักแพว
  • ผักเสม็ด
  • หน่อไม้
  • ผักกะโดน
  • ยอดใบมันสำปะหลัง
  • ใบชะพลู
  • หัวไชเท้า
  • ขึ้นฉ่าย
  • คะน้า
  • มะเขือ
  • แครอท
  • บอน
  • เผือก
  • องุ่นแดง
  • สตรอว์เบอร์รี
  • ผักติ้ว
  • ผักเม็ก
  • ผักหวานป่า

หากต้องกินอาหารที่มีออกซาเลตสูง ควรทำอย่างไร ?
อาหารอย่างช็อกโกแลต น้ำชา โกโก้ ไม่ควรกินมากเกินไป หรือติดต่อกันนานเกินไป ควรสลับไปรับประทานอาหารประเภทอื่นบ้าง

หากเป็นผัก ควรล้างทำความสะอาดให้เรียบร้อยก่อนกิน กินเสร็จควรดื่มน้ำตามมาก ๆ จะทำให้สารออกซาเลตตกค้างในร่างกายน้อยลง และที่สำคัญควรรับประทานผักเหล่านี้คู่กับเนื้อสัตว์ด้วย

ไขมันในเลือดสูงเกี่ยวข้องกับโรคหัวใจไหม ?

ไขมันในเลือดสูงเกี่ยวข้องกับโรคหัวใจไหม ?

โรคหัวใจเป็นโรคที่มีที่มีผู้ป่วยเกิดเพิ่มขึ้นในทุกๆปี และยังเป็นโรคที่คนทั่วโลกให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆอีกด้วย มีทั้งออกมารณรงค์ สร้างแคปเปญ ก่อตั้งกลุ่ม เป็นต้น เพื่อให้ตระหนักถึงอันตรายที่เปิดจากโรคหัวใจนี้

หัวใจนั้นเป็นอวัยวะที่ทำงานอยู่ตลอดเวลาทั้งวันทั้งคืน ไม่มีเวลาพักผ่อนเหมือนอวัยวะในร่างกายส่วนอื่นๆ โดยหัวใจนั้นเป็นอวัยวะที่ทำงานหนัก เป็นอวัยวะที่คอยส่งเลือดไปเลี้ยงอวัยวะหรือส่วนต่างๆในร่างกายอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ร่างกายนั้นได้ทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพอยู่ตลอดสม่ำเสมอซึ้งถ้าหากว่าหลอดเลือดที่เชื่อมโยงกันอยู่นั้นมีปัญหาเกิดขึ้นหรือมีการอุตตันที่เส้นเลือดจนทำให้สูบฉีดเลือดไม่ทันหรือผิดปกติจะมีผลทำให้หัวใจของเรานั้นทำงานหนักกว่าเสี่ยงต่อการเกิดสภาวะหัวใจเฉียบพลันได้ โดยผู้ที่เป็นโรคหัวใจนั้นส่วนใหญ่จะไม่มีอาการอะไรที่สามารถบงบอกได้ว่าเป็นโรคหัวใจโดยโรคหัวใจนั้นมักเกิดขึ้นอย่างกระทันหันหรือเฉียบพลันเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้เลย โดยโรคหัวใจหรือโรคที่เกี่ยวกับหัวใจนั้นแบ่งออกได้หลากหลายประเภทแต่โรคที่พบบ่อยที่สุดคือโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคกล้ามเนื้อหัวใจ โรคลิ้นหัวใจรั่ว หรือโรคกล้ามเนื้อหัวใจพิการ โดยปัยจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคหัวใจนั้นได้แก่ กรรมพันธุ์ หากมีคนในครอบครัวของเรานั้นเป็นโรคหัวใจอยู่แล้ว ก็มีความเสี่ยงสูงที่เราจะเป็นโรคหัวใจเหมือนกัน เพศ จากสถิติพบว่า โรคหลอดเลือดหัวใจจะสามารถพบได้ในเพศผู้ หรือผู้ชายมากกว่าผู้หญิง และผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 50 ปี หรือหมดประจำเดือนแล้วมีความเสี่ยงโรคหัวใจมากเหมือนกัน

อายุ โดยอายุก็เป็นสิ่งสำคัญหรือเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดโรคหัวใจเหมือนกัน โดยผู้คนที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไปนั้น จะพบได้ว่าส่วนใหญ่เป็นโรคหัวใจ และด้วยรูปแบบการใช้ชีวิตของคนทั่วไปในปัจจุบันนั้น ทำให้เรานั้นพบผู้ป่วยที่มีอายุน้อยลงกว่าเดิมทุกวัน ในอนาคตอาจจะเป้นช่วยอายุ 30 ปี ที่คนส่วนใหญ่เป็นโรคหัวใจก็ได้