เรื่องทั้งหมดโดย admin

5 เหตุผลที่ควรดื่มน้ำอุ่น

การดื่มน้ำนั้นมีประโยชน์ ต่อร่ายกายแทบทั้งสิ้นที่ทางการแพทย์แล้วกล่าวไว้ว่าทางที่ดีที่สุด คือดื่มน้ำอุ่นหรือน้ำที่มีอุณหภูมิห้องมากว่าที่จะดื่มน้ำเย็น แต่ผู้คนส่วนใหญ่มักจะไม่ชอบการดื่มน้ำอุ่น ดังนั้นวันนี้เราจึงมาให้ความรู้กับข้อดีที่คนเราจะได้รับหากดื่มน้ำอุ่นมาฝากกันค่ะ

  1. ช่วยกระตุ้นเรื่องของการนอน สังเกตใหม่ว่าก่อนที่เราจะนอน คุณแม่มักจะอุ่นนมอุ่นอุ่นมาให้เราทาน แทนที่จะเป็นนมที่แช่อยู่ในตู้เย็น เพราะการกินอะไรอุ่นอุ่นจะช่วยให้ร่างกายของเราอบอุ่น ดังนั้นการดื่มน้ำอุ่นก่อนเข้านอนก็จะช่วยในเรื่องนี้ได้เช่นเดียวกัน
  2. ช่วยเรื่องของผิวพรรณให้เหี่ยวช้าลง เพราะการดื่มน้ำอุ่นจะเข้าไปช่วยขับไล่สารพิษให้ออกจากร่างกาย ซึ่งในสารพิษที่มีอยู่ในร่างกายบางชนิดก็เป็นสาเหตุให้เราแก่เร็วมีริ้วรอยง่าย ดังนั้นการขับสารเหล่านี้ออกไปจะช่วยให้เราไม่แก่เร็วและผิวพรรณเปล่งปลั่งได้อีกด้วย
  3. ช่วยในการปรับสมดุลการไหลเวียนของเลือดให้ดีขึ้น  การที่เราดื่มน้ำอุ่นเข้าไปมันจะไปช่วยละลายไขมันที่เกาะอยู่ตามภายในของร่างกาย ดังนั้นเมื่อน้ำอุ่นเข้าไปขับไล่ไขมันเหล่านั้นและไปกระตุ้นการเผาผลาญให้ดีขึ้นแล้ว เลือดในร่างกายก็จะไหลเวียนได้ดีขึ้น ซึ่งจะแตกต่างจากการกินน้ำเย็น เพราะหากเรากินน้ำเย็นมากเกินไปนั้นจะมีผลส่งให้เส้นเลือดอุดตันได้ ซึ่งเรามักจะพบเห็นเส้นเลือดอุดตันในรูปแบบของอาการเส้นเลือดขอด
  4. ช่วยลดอาการปวดรอบเดือนของสาวสาวได้  จะเห็นได้ว่าในช่วงที่ผู้หญิงมีประจำเดือนมักจะกินน้ำอุ่นและงดดื่มน้ำเย็นกัน นั่นก็เพราะว่าน้ำอุ่นที่ดื่มเข้าไปจะไปส่งผลเกี่ยวกับ การยืดหดตัวของกล้ามเนื้อ ลดอาการปวดของการมีรอบเดือนของสาวสาวได้เป็นอย่างดี 
  5. ช่วยในการชำระล้างสารพิษออกจากร่างกาย   การที่เราดื่มน้ำอุ่นเข้าไปในจะทำให้ร่างกายอบอุ่นและหากดื่มมากก็จะทำให้ร่างกายมีอุณหภูมิที่สูงขึ้น จึงมีการขับอุณหภูมิความร้อนออกจากร่างกายในรูปแบบของเหงื่อ ซึ่งเหงื่อที่ร่างกายขับออกมานี้จะนำพาสารพิษที่มีอยู่ในร่างกายออกมาด้วย และหากอยากจะให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ลองดื่มน้ำอุ่นที่ผสมกับน้ำมะนาวดูสิ นอกจากจะช่วยในเรืองของการขับสารพิษแล้ว ยังจะช่วยให้ร่างกายสดชื่นได้อีกด้วย

เห็นประโยชน์ดีดีที่พวกเราควรหันมาดื่มน้ำอุ่นแทนน้ำเย็นกันบ้างหรือยังค่ะ หากใครที่ไม่สะดวกที่จะดื่มน้ำอุ่นอาจจะเริ่มต้นจากการดื่มน้ำที่อุณหภูมิห้องไปก่อนก็ได้แล้วค่อยปรับเปลี่ยนเป็นน้ำอุ่น เชื่อเถอะว่าการดื่มน้ำอุ่นมีประโยชน์กับร่างกายของเราอย่างมาก 

 

สนับสนุนโดย  ตรวจเอดส์ไม่เจอ

โรคระบาด

ในต้นปี2020 ที่ผ่านมานั้นมีการเกิดโรคระบาดครั้งใหญ่ขึ้น แต่คงจะไม่ใช่โรคระบาดที่ร้ายแรงที่สุดในโลก เพราะในอดีตโลกนี้นั้นเคยเผชิญกับโรคระบาดที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยล้านคนมาแล้ว แต่ไม่ว่าโรคระบาดเหล่านี้นั้นจะมีความรุนแรงแค่ไหน แต่สุดท้ายแล้วนั้นมนุษย์ก็สามารถเอาชนะและก็สามารถที่จะผ่านพ้นช่วงเวลาที่เลวร้ายเหล่านั้นมาได้นั่นเอง

ถ้าหากมองย้อนกลับไปในอดีตแล้วนั้นหลายโรคระบาดที่เคยร้ายแรง เราสามารถนำมาปรับเป็นบทเรียนและแก้ปัญหาและฝ่าวิกฤตโรคระบาดโควิด19ได้อย่างไรบ้าง ซึ่งเรื่องโรคระบาดโควิด19นั้นมีบทวิเคราะห์และเปรียบเทียบว่าในอดีตที่ผ่านมานั้นมนุษย์ได้มีการรับมือกับโรคระบาดอย่างไรบ้าง ยกตัวอย่างเช่น โรคระบาดของไข้หวัดสเปนเมื่อประมาณ100ปีที่ผ่านมา

และในการระบาดตอนนั้นทำให้เกิดการเสียชีวิตของผู้คนจำนวนมากมายมหาศาลเลยทีเดียว ไข้ทรพิษก็เป็นโรคระบาดที่ทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตอยู่ที่ประมาณ3ร้อยล้านคนเลยทีเดียว ดังนั้นเราอาจจะมีการเรียนรู้บทเรียนในอดีตและนำมาปรับใช้กับการระบาดของโควิด19หรืออาจจะสามารถนำไปปรับใช้กับอนาคตถ้าหากเกิดโรคระบาดอื่นๆได้ด้วย

ซึ่งไข้ทรพิษนั้นได้มีการประกาศว่าเป็นโรคระบาดที่ได้หมดไปจากโลกใบนี้แล้วแต่ว่าโลกของเรานั้นก็ได้ผ่านพ้นช่วงวิกฤตมาแล้ว และผ่านพ้นช่วงเวลาเหล่านั้นมาได้อย่างและมนุษย์นั้นใช้วิธีหรือแก้ไขอย่างไรในการรับมือกับโรคระบาดเหล่านี้

ซึ่งก็มีบทวิเคราะห์ออกมาจากนักประวัติศาสตร์นักปรัชญาชื่อดังชาวอิสราเอลที่มีการถอดบทเรียนในอดีตว่ามีการรับมือกับโรคระบาดอย่างได้ผลควรจะเป็นอย่างไรและต้องดำเนินไปทิศทางไหนบ้างที่จะสามารถแก้ไจปัญหาโรคระบาดเหล่านี้ได้ ความเห็นของนักประวัติศาสตร์คนนี้นั้นได้สะท้อนให้เห็นว่าโรคระบาดนั้นสามารถแพร่ไปได้ทั่วโลก

แม้แต่ในยุคที่โลกยังไม่มีเครื่องบินหรือเรือสำราญ เช่นการแพร่ระบาดของกาฬโรค ที่มีการแพร่ระบาดเป็นวงกลว้างจากเอเชียตะวันออกไปยังยุโรปตะวันตกในช่วงเวลาที่ไม่ถึงสิบปีและทำให้เกิดผู้เสียชีวิตจำนวนมาก

ดังนั้นสิ่งที่เป็นบทเรียนและสามารถที่หยุดการแพร่กระจายของโรคระบาดของโรคในอดีตนั้น ก็คือ การปิดพรมแดนต่างๆเป็นเวลานานหรือการปิดอย่างถาวรนั้นไม่ใช่การแก้ปัญหาทั้งหมดสะทีเดียว เพราะโรคระบาดนั้นไม่ได้รู้จักพรมแดนหรือขอบเขต

เพราะโรคระบาดสามารถแพร่เชื่อได้อย่างไร้ขอบเขตนั่นเอง ถึงแม้ว่าจะมีการปิดประเทศและตัดขาดจากโลกภายนอกนั้นก็ไม่สามารถทำให้เอาชนะโรคระบาดนี้ได้ และที่แน่นอนว่ามนุษย์นั้นไม่สามารถใช้ชีวิตโดยการปิดประเทศได้นานด้วย แต่สิ่งที่สำคัญที่จะสามารถช่วยหยุดการแพร่ระบาดได้ก็คือ

กรแบ่งปันความรู้ข้อมูลความเข้าใจในโรคระบาดเหล่านี้และการให้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่เป็นประโยชน์เพื่อให้มนุษย์นั้นสามารถเข้าใจและป้องกันให้ตัวเองนั้นลดความเสี่ยงในการติดเชื้อและแพร่เชื้อนั่นเอง

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ซื้อหวยฮานอยออนไลน์

มาทำความรู้จักกับ Computer Vision Syndromeกันเถอะ

          Computer Vision Syndrome หรือ CVS หรือที่ภาษาไทยเรียกว่า คอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม เป็นภาวะที่ระบบประสาทตาเหนื่อยล้า ตาพร่า ตาแห้งและเกิดการระคายเครื่อง ซึ่งอาจรวมไปถึงการปวดไหล่ ปวดหลังและปวดหัว เนื่องจากมีการจ้องคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์

หรืออุปกรณ์ดิจิทัลทุกชนิดเป็นเวลานานๆ ซึ่งอาการนี้เป็นได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่กล่าวได้ว่าใครก็ตามที่เล่นพวกอุปกรณ์ IT นานๆจะมีอาการแบบนี้ทุกคน ยิ่งถ้าหากมีการจ้องคอมพิวเตอร์ในบริเวณที่มีแสงสว่างน้อยหรือมีการนั่งในท่าที่ไม่ถูกต้องก็อาจจะมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้ได้เร็วขึ้น

          แม้ยังไม่หลักฐานอะไรมายืนยันแน่ชัดได้ว่าอุปกรณ์ดิจิทัลต่างๆรวมถึง คอมพิวเตอร์ ท็อปแลต มีผลต่อดวงตาในระยะยาวหรือไม่ แต่การใช้อุปกรณ์เหล่านี้ไปนานๆก็มีผลทำให้สายตามของคุณเหนื่อยล้า ตาแห้งและระคายเคืองได้

รวมถึงมีปวดคอ ปวดหลัง ปวดหัวและอาจมองเห็นภาพซ้อนได้ ซึ่งถ้าคนเป็นผู้ที่ใช้อุปกรณ์เหล่านี้อยู่และมีอาการดังข้างต้น แนะนำควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจรักษา

          สำหรับโรค CVS นี้เกิดจากที่เราต้องใช้ดวงตาจ้องมาตัวหนังสือหรือรูปภาพเป็นเวลานานๆ นอกจากนี้ การที่เราจ้องคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ดิจิทัลเป็นเวลานานๆก็ทำให้สายตาของเราเกิดความระคายเคืองและตาแห้งได้ด้วย

           สำหรับโรค CVSนี้อายุก็มีผลด้วยยิ่งอายุมากความเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้ก็สูงขึ้นด้วย และถ้าหากคุณมีอาการที่กล่าวไปเมื่อตอนต้นทางแพทย์จะมีการสอบถามถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิต เพื่อประเมินว่าคุณมีความเสี่ยงมากน้อยแค่ไหนที่จะเป็นโรคนี้ หรือผู้ป่วยบางรายอาจจะได้รับการตรวจสุภาพตาได้ เพื่อที่จะได้ทราบอาการและวางแผนรักษาอย่างเหมาะสม

หากพบว่าเป็นโรคคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรมหรือ มีอาการ CVS มีขั้นตอนในการดูแลตัวเองดังนี้ 

– ทุกครั้งที่มีการใช้งานอุปกรณ์ดิจิทัล ควรมีการพักสายตาในการใช้งานทุกๆ 20 นาทีด้วยการมองออกไปข้างนอกประมาณ 20 ฟุต ซึ่งมีรหัสว่า 20-20-20

– ทุกครั้งที่มีการใช้งานคอมพิวเตอร์ทุกๆ 2 ชั่วจะต้องหยุดพักสายตาหยุดเล่นคอมฯเป็นเวลา 15 นาที

– พยายามกระพริบตาบ่อยๆเพื่อให้น้ำตาไหลออกมาเพื่อให้เกิดความชุ่มชื้นกับดวงตา

-ควรปรับตัวหนังสือที่หน้าจอเพื่อให้ได้เห็นได้ชัดเจนขึ้น

หากว่าคุณมีโรคอื่นที่เป็นควบคุมกับโรค CVS แนะนำทำการรักษาโรคอื่นๆก่อนเพราะ CVS สามารถแก้ไขด้วยตนเองได้

เนื่องจากอาการของ CBS ไม่ได้มีอะไรร้ายแรง เพียงแต่จะทำให้ร่างกายอ่อนล้า ไม่ค่อยมีสมาธิเท่านั้นเอง ซึ่งการป้องกันไม่ให้เกิดโรคนี้ก็ใช้วิธีเดียวกันกับการรักษาคือ ไม่จ้องคอมพิวเตอร์นานเกินไปและนั่งให้ถูกลักษณะ หมั่นกระพริบตามและหยุดพักสายตาบ่อย แค่นี้คุณก็ไม่เป็นคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรมแล้ว

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยมาเลย์

ลาบเลือดหมู

ปกติการไปงานบุญบ้านในภาคอีสาน  สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ ในเมนูอาหาร และ ร้อยละ 100 ขาดไม่ได้   มีเหล้าขาวขวดเล็ก กับแกล้มยอดนิยมอันดับ 1 ใน 3 ภพ ลาบเลือดแบบดิบ ๆ เน้นขม ๆ อะไรประมาณนี้

ชาวอีสานบ้านเรา ไปค้าขาย ในต่างจังหวัด จะอยู่ในพิกัด ภูมิภาคใด ก็เอาวัฒนธรรม การกิน นำไปด้วย ร้านอาหารจึงมีให้เห็นมากมาย เน้นประชาสัมพันธ์ชื่อจังหวัด  ร้านลาบอุบล  ร้านลาบยโส  ร้านลาบร้อยเอ็ด เป็นต้น

ซึ่งเมนูที่กล่าวมาข้างต้น ก็นี้หนีพ้น ลาบ ก้อย ที่เน้นการปรุงแบบดิบ สำหรับ คอเหล้าขาว และกลุ่มชอบทานอาหารป่า

ในช่วงโรคระบาด ที่บอกได้เลยว่า เป็นโรคติดต่ออันดับ 1 ที่ระบาดไปทุกส่วนของโลก จนทุกภาคส่วนต้องหันหน้าเข้ามาใช้ ความรู้ความสามารถ ในการหาวิธีการยับยั้ง การแพร่ระบาดจากคนสู่คน โดยในข้อมูลทางการแพทย์ระบุไว้ว่า เชื้อไวรัสโคโรน่า ติดต่อในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม จากประเด็นนี้จึงเป็นข้อพึงระวังอันดับตัน ที่เราต้องรู้จักป้องกันการระบาดจาก

ต้นทางสู่ปลายทาง หรือจากสัตว์ ซึ่งเราทุกคนได้รับเข้ามา จากการทานอาหารประเภทเนื้อสัตว์ นั่นคือ เราจึงต้อง งดอาหารดิบ และอาหารประเภทเนื้อสัตว์ป่า โดยเฉพาะการปรุงสำเร็จ โดยปราศจากการผ่านความร้อนในอุณหภูมิ ที่เหมาะสม

ทางการแพทย์มีการระบุข้อมูล ในช่วงของการเฝ้าระวัง บุคคลที่เป็นกลุ่มเสี่ยง ไม่เพียงต้องดูแล การดำเนินชีวิตในแต่ละวัน ไม่ให้เป็นตัวแพรเชื้อ โดยเฝ้าระวัง ไม่ให้ ป่วย โดยสิ่งที่ใกล้ตัวมากที่สุด ตั้งแต่ตื่นนอน คือ การเลือกรับประทานอาหารที่ปรุงสุก

หลีกเลี่ยงการทานอาหารประเภทดิบ  และในช่วงนี้ การเข้าสู่สังคม พบปะติดต่อร่วมงาน การรับประทานอาหารที่ เคยเป็นปกติวิสัยของชาวอีสาน หั่นเนื้อไปด้วย 1 ชิ้น จับเข้าปาก ด้วย 1 ชิ้น สำหรับพ่อครัว แม่ครัว ที่เราได้พบเห็นแทบจะทุกงานเทศกาล และอีกประเด็นของคนร่วมงานประเพณี ของชุมชนอีสาน 1 ช้อน ลาบดิบ ก็ต้องมีเหล้าขาว 1 แก้วเล็ก ๆ โดยทานร่วมกัน ใน วงเหล้า

มีข่าวออกมาอย่างชัดเจน และมีข้อพิสูจน์จากทางการแพทย์ การใช้ของร่วมกัน โดยเฉพาะ แก้วน้ำ ที่ผ่านจากบุคคลที่ใช้แล้วนำไปใช้ต่อกัน จะมีสารคัดหลั่งที่มีเชื้อโรค ปะปนไปด้วย บอกได้เลยว่างานนี้ จากการแพร่  1 คน ติดต่อได้เป็นทวีคูณ

ดังนั่น ช่วงนี้เราทุกคน ต้องมีการป้องกันตัว ให้ได้มากที่สุด ถือเป็นการช่วยชาติวิธีหนึ่ง หากเป็นไปได้การเข้างานบุญ ประเพณี ก่อต้องงดไปร่วม ตามระเบียบคำสั่ง ของทางราชการ และที่ต้องเน้น ในวินาทีนี้ การทานอาหารดิบ เป็นอีกหนึ่งทางที่ มีโอกาสเสี่ยง โรคโควิด 19 เช่นกัน

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยออนไลน์

บริจาคเลือด

       หลายคนชื่นชอบการทำบุญเป็นชีวิตจิตใจ เหตุผลส่วนหนึ่งนั้นมาจากความสบายใจหลังจากที่ได้ทำแล้ว อีกเหตุผลหนึ่งก็คือการทำบุญในบางรูปแบบมันสามารถที่จะช่วยเหลือชีวิตผู้อื่นได้ด้วย

อย่างเช่นการบริจาคเลือดก็ถือเป็นการทำบุญในรูปแบบของการให้เพื่อนำไปช่วยเหลือคนที่ขาดเลือดหรือมีความต้องการเลือด อีกทั้งการทำบุญดีที่สุดนั่นก็คือการที่เราได้ช่วยเหลือชีวิตของเพื่อนมนุษย์ด้วยกันนั่นเอง 

        เลือด หรือโลหิตนั้น เป็นของเหลวที่มีสีแดง โดยเลือดจะไหลเวียนอยู่ในเส้นเลือดทั่วทั้งร่างกายเป็นส่วนประกอบที่สำคัญ ซึ่งหากคนเรามีการเสียเลือดไปในปริมาณที่มากก็อาจจะทำให้เสียชีวิตได้ หรือถ้าไม่มีเลือดเข้าไปทดแทนเลือดที่เสียไปได้ทันเวลาก็จะทำให้เสียชีวิตได้เช่นกัน โดยหน้าที่ที่สำคัญของเลือดก็คือทำการนำส่งก๊าซออกซิเจน

จากที่บริเวณปอดไปส่งยังเซลล์ส่วนต่างๆที่อยู่ทั่วร่างกาย และทำการนำส่งก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากในเซลล์เนื้อเยื่อมาส่งที่ยังบริเวณปอด เพื่อที่จะได้ทำการขับถ่ายออกจากร่างกายต่อไปและนอกจากนี้แล้วเลือดนั้นยังได้มีการทำหน้าที่นำส่งสารต่างๆ

อย่างเช่น นำส่งกรดอะมิโน นำส่งฮอร์โมน นำ วิตามินไปส่งยังเซลล์ต่างๆที่อยู่ทั่วในร่างกายด้วย อีกทั้งยังนำของเสียต่างๆจากเซลล์นั้นไปขับให้ออกไปจากร่างกายเช่น การนำส่งยูเรียให้ไปขับออกที่ไต เป็นต้น 

        เนื่องจากว่าเลือดนั้นเป็นสิ่งที่ร่างกายของคนเราไม่อาจที่จะสามารถสร้างขึ้นได้เองจากภายนอก ดังนั้นแล้วการที่จะให้ความช่วยเหลือผู้มีอาการบาดเจ็บที่มีการเสียเลือดไปในปริมาณที่มากให้มีชีวิตอยู่รอดต่อไปได้นั้นจึงมีเพียงวิธีการเดียวก็คือการใช้เลือดของคนอื่นนำมาถ่ายให้กับผู้บาดเจ็บซึ่งโดยทั่วไปจะเรียกว่า “การให้เลือด” แต่เป็นเพราะว่ายังมีผู้คนอีกเป็นจำนวนหนึ่งที่มีการเข้าใจผิดอยู่

เกี่ยวกับเรื่องของการบริจาคเลือด จึงส่งผลให้มีการเกิดความขาดแคลนเลือดในหลายๆสถานพยาบาลอยู่บ่อยๆจึงทำให้มีการเชิญชวนให้ผู้ที่มีจิตศรัทธาแต่ละคนได้เข้ามาช่วยกันบริจาคเลือด โดยในปัจจุบันก็มีการเปิดรับบริจาคเลือดจากสภากาชาดไทย

และนอกจากนี้ทางสภากาชาดไทยเองก็ยังมีหน่วยเคลื่อนที่เพื่อไปเปิดบริการในการรับบริจาคเลือดจากผู้ที่มีจิตศรัทธาที่ไม่สะดวก หรือสามารถที่จะเดินทางไปบริจาคเลือดได้เองที่สภากาชาดไทยได้อีกด้วย โดยบุคคลที่สามารถจะบริจาคเลือดได้นั้น

จะต้องมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงและสมบูรณ์ปกติดี และจะต้องมีอายุระหว่าง 18-60 ปี ซึ่งก่อนที่จะมีการบริจาคเลือดได้นั้นทางอาสาสมัครที่มีความเชี่ยวชาญ หรือพยาบาลจะทำการตรวจสุขภาพเบื้องต้นที่จำเป็นให้กับเราเช่น ทำการวัดอุณหภูมิของร่างกาย มีการวัดชีพจร วัดความดันโลหิต และวัดความเข้มข้นของเลือด แต่สำหรับคนที่มีโรคที่อาจถ่ายทอดไปยังคนไข้ได้ผ่านทางเลือดอย่าง คนที่เป็นโรคตับอักเสบหรือดีซ่านนั้น จะไม่สามารถทำการบริจาคเลือดได้

        เมื่อทราบอย่างนี้แล้วใครที่ไม่เคยได้ลองบริจาคเลือดก็ควรที่จะได้บริจาคดูสักครั้ง เพราะนอกจากจะเป็นการทำบุญที่ได้ความสบายใจแล้ว การบริจาคเลือดยังเป็นสิ่งที่ดีที่ได้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ถือเป็นการส่งต่อชีวิตและน้ำใจที่มากล้นเกินกว่าจะหาคำบรรยายถึงน้ำใจแห่งการให้เช่นนี้ได้

 

สนับสนุนโดย  หวยออนไลน์บาทละ 1000

สกินแคร์สำหรับผู้ชาย

การใช้สกินแคร์นั้นจะสามารถช่วยดูแลผิวหน้าของผู้ชายได้เป็นอย่างดี ดังนั้นแล้วผู้ชายควรจะให้ความสำคัญในเรื่องการดูแลผิวหน้าก็จะทำให้หน้าเรานั้นดูเด็ก อ่อนกว่าวัย และยังช่วยทำให้ผิวหน้าของเราแข็งแรงไม่หยาบกระด้างอีกด้วย โดยการใช้สกินค์สำหรับผู้ชายนั้น

ก็อาจจะต้องมีการเลือกสิ่งที่เหมาะกับผิวหน้าและไลฟ์สไตล์ของตัวเราเองด้วย ว่าเรานั้นต้องการสิ่งที่จะช่วยบำรุงอย่างไรบ้างเพื่อให้ผิวหน้าของเรานั้นดีขึ้นนั่นเอง

และการใช้สกินแคร์นั้นควรมีการแบ่งออกเป็นช่วงเวลาด้วยคือการใช้ในช่วงเวลาเช้าและการใช้ในช่วงเวลาก่อนนอน การแบ่งช่วงเวลานั้นก็เพื่อให้เกิดผลลัพธ์กับผิวหน้าของผู้ชายอย่างสูงสุดนั่นเอง

เริ่มจากช่วงเช้าอาจจะเลือกสกินแคร์ที่ไม่ได้เน้นอะไรมากหรือการบำรุงมาก อาจจะเน้นแค่ทาแล้วรู้สึกให้ผิวมีความชุ่มชื้นในการที่เราจะออกไปเผชิญกับอากาศภายนอกนั่นเอง การบำรุงขั้นแรกนั้นก็จะเริ่มจากเซรั่มและเซรั่มที่แนะนำสำหรับผู้ชายก็คือ Lancome Advanced Genifique  นั่นเอง

ซึ่งเซรั่มตัวนี้นั้นเป็นสูตรใหม่ที่มีการผสมที่มีความเข้มข้นมากขึ้นเพื่อการบำรุงอย่างล้ำลึกนั่นเอง โดยเซรั่มตัวนี้นั้นจะช่วยในการฟื้นฟูผิวที่เสียอย่างล้ำลึกสำหรับผู้ชายที่ทำงานหนักและนอนดึกหน้าโทรมบอกเลยว่าตัวนี้เอาอยู่อย่างแน่นอนเพราะจะทำให้เมื่อทาไปแล้วหน้าดูสดใสเปล่งปลั่งเหมือนคนที่นอนครบ8ชั่วโมงยังไงอย่างนั้นเลยทีเดียว

นอกจากนี้แล้วนั้นเซรั่มตัวนี้จะรู้สึกได้ทันทีตั้งแต่ครั้งแรกทีใช้เลยทีเดียวและจะค่อยๆเห็นผลที่ดีตามมาด้วยและเป็นเซรั่มที่ซึมไวมากๆ ไม่ทำให้เกิดการเหนียวเหนอะหนะสบายหน้าจึงเป็นสิ่งที่ใช้ในตอนกลางวันได้และเหมาะกับผู้ชายที่ต้องการความสดชื่อนให้กับหน้าในตอนเช้าอย่างมาก

สกินแคร์สำหรับกลางคืนที่แนะนำและเหมาะกับผู้ขายก็คือ Estee Lauder Advanced Night Repair เซรั่มที่เป็นตำนานมาก โดยช่วงกลางคืนนั้นเราจะเน้นเพื่อการบำรุงและซ่อมแซมผิวหน้าจากช่วงกลางวันที่อาจจะยังไม่ได้รับการบำรุงที่เพียงพอนั่นเอง และเซรั่มตัวนี้นั้นนอกจากใช้กลางคืนได้ผลดีแล้วก็สามารถใช้ในช่วงกลางวนได้ด้วย

ถ้าหากไม่อยากซื้อหลายๆอย่างก็สามารถใช้ร่วมกันได้ แต่อาจจะต้องมีการทาครีมป้องกันลงไปด้วย โดยในการใช้ช่วงกลางคืนนั้นเซรั่มตัวนี่จะช่วยบำรุงให้ผิวเรานั้นแข็งแรงและดูสุขภาพหน้าดีด้วย โดยตัวนี่นั้นจะเหมาะสำหรับผู้ชายอย่างมาก

เพราะจบทุกปัญหาในตัวเดียวนั่นเอง จะไปช่วยในเรื่องการซ่อมแซมผิว เมื่อตื่นมาก็จะสัมผัสได้ถึงผิวหน้าที่ได้รับการบำรุงอย่างเต็มที่นั่นเอง ทำให้เวรั่มตัวนี้นั้นเป็นตัวทีครองใจผู้ชายหลายๆคนนั่นเอง

นอกจากการใช้เซรั่มเพื่อบำรุงผิวสำหรับผู้ชายแล้วนั้นการดื่มน้ำและพักผ่อนให้เพียงพอก็จะไปช่วยเสรอมสร้างคุณภาพของผลิตภัณฑ์เหล่านี้อีกด้วย

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยหุ้น

คลอโรฟิลล์และการรักษาเอดส์

การรักษาโรคเอดส์หรือเชื้อเอชไอวีนั้น เราจะเห็นได้ว่าส่วนใหญ่ในการรักษานั้น จะเป็นการรับประทานยาในการต้านเชื้อไวรัสหรือเพื่อที่จะยับยั้งไวรัสจนหายไปไหนที่สุด แต่ในปัจจุบันนี้เริ่มมีการนำสารสกัดจากธรรมชาติ มามีส่วนร่วมในการทำยารักษาโรคต่างๆอย่างมากเช่นกัน

อย่างที่เราสามารถเห็นได้ชัดและอาจจะเห็นในการใช้ในการรักษาโรคต่างๆอย่างมาก นั่นก็คือคลอโรฟิลล์นั่นเอง ถือว่าเป็นการนำวิธีการรักษาจากธรรมชาติที่ได้ผลการรักษาที่ดีอย่างมากในระดับหนึ่งเลยทีเดียว

ในการนำไปใช้ในการรักษาโรคต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นแบบการรับประทานหรือแบบการใช้ทาบริเวณต่างๆในร่างกาย ก็ทำให้ได้ผลที่ดีขึ้นมาได้เช่นกัน ในการรักษาทางด้านต่างๆ จากการใช้คลอโรฟิลล์นี้

การใช้คลอโรฟิลล์ในการรักษาเอดส์

เราจะเห็นได้ว่าในการรักษาส่วนใหญ่ จะเป็นการใช้ยารับประทาน การใช้คลอโรฟิลล์นั้นก็ใช้ระประทานเช่นกัน แต่เป็นสิ่งที่ทำมาจากธรรมชาติจะมีลักษณะเป็นน้ำสีเขียวๆข้นๆ โดยวิธีการใช้รักษาก็คือการรับประทานคลอโรฟิลล์แบบเพียวๆ ตามที่หมอสั่ง เพราะการที่กินคลอโรฟิลล์เพียวไม่ผสมน้ำนั้น จะทำให้ร่างกายของผู้ป่วยที่ติดเชื้อหรือเป็นโรคเอดส์นั้น ได้รับสารสกัดทีเข้มข้นจากตัวคลอโรฟิลล์นี้ ในการกัดกินเชื้อต่างๆ

ได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัยต่อผู้ป่วยแน่นอน เพราะเคยมีการใช้คลอโรฟิลล์ สำหรับผู้ป่วยเอดส์ที่ติดเตียงมาแล้วและสามารถที่จะรักษาให้ผู้ป่วยสามารถหายเป็นปกติได้และสามารถที่จะกลับมาทำงาน กลับมาใช้ชีวิตประจำวันของเราได้เหมือนเดิม

โดยการรักษาผ่านคลอโรฟิลล์นี้ โดยการรับประทานเป็นประจำโดยตามแพทย์สั่งว่าควรรับประทานขนาดไหน รับประทานเวลาใดและสามารถที่จะใช้ทาบริเวณแผลต่างๆที่เกิดผลบนร่างกายของเราได้เช่นกัน เพราะตัวคลอโรฟิลล์นี้ จะทำหน้าที่ในการกัดเชื้อต่างๆให้หมดไป ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ประโยชน์ของคลอโรฟิลล์มีอย่างมาก ในเรื่องของการรักษาโรคต่างๆ จนในปัจจุบันนี้ในบางโรงพยาบาลได้มีการนำคลอโรฟิลล์นั้น มีการมาร่วมใช้ในการรักษาตามโรงพยาบาลต่างๆ เพื่อให้ตอบสนองกับผู้ป่วยโรคต่างๆได้ แต่ก็มีหลายๆ

คนอาจจะไม่เชื่อว่าสารสกัดจากธรรมชาตินั้น จะสามารถที่จะรักษาโรคต่างๆที่ค่อนข้างมีความร้ายแรงได้จริงเหรอ แต่ในปัจจุบันนี้มีการพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสารสกัดจากธรรมชาตินั้นหรือเรียกกันว่าคลอโรฟิลล์ มีประสิทธิภาพในการรักษาโรคต่างๆจริงๆ

สามารถที่จะรักษาผู้ป่วยที่เป็นเอดส์หายจริงๆ ถ้าหากเรารู้ถึงสรรพคุณของการใช้งาน เราจะเห็นได้ว่ามีประโยชน์อย่างมากในการรักษาร่างกายของมนุษย์อย่างมาก

 

สนับสนุนโดย  ชุดตรวจ hiv

เครื่องเทศ

เครื่องเทศ คือ ส่วนผสมอาหารที่มีกลิ่นเฉพาะหรือสีที่จะทำให้อาหารอร่อยมากขึ้นน่ากินยังทำให้ติดใจในรสชาตินั้นๆอีกเครื่องเทศมีมากมายบนโลกแต่ในประเทศไทยจะมีเครื่องเทศที่มีความเป็นไทยอยู่ 

ตะไคร้ จะใช้เป็นส่วนประกอบอาหารที่สำคัญอย่างเช่น ต้มยำและอาหารอีกมากมายหลายชนิดจะให้กลิ่นหอมเฉพาะตัวมีสรรพคุณทางยาอีกช่วยบำรุงแก้โรคทางเดินปัสสาวะ ขับลมแล้วช่วยทำให้เจริญอาหาร ช่วยบำรุงสมอง เอาไปต้มกับน้ำกินจะช่วยแก้อาเจียนได้ใช้ต้นโขลกคั้นเอาน้ำมากินจะช่วยแก้อาการเมาได้จะช่วยให้สร่างเร็วขึ้น มากกว่านี้ยังอาไปแปรรูปเป็นยาช่วยนอนหลับได้ดีอีก  ตะไคร้จะมีกลิ่นเฉพาะที่หอมยังเอามาไล่ยุงได้ดียังเอาไปดับกลิ่นคาวของปลาและเนื้อสัตว์ให้หายคาวได้

พริกไทย เป็นที่ได้การยอมรับว่ามีกลิ่นแรงและกลิ่นฉุนยังถูกขึ้นชื่อว่าเป็นราชาเครื่องเทศอีกด้วยเป็นเครื่องเทศที่ให้รสเผ็ดร้อนนำเอามาปรุงอาหารได้ดีเอาไปอบแห้งทั้งเปลือกจะเป็นพริกไทยดำส่วนพริกไทยขาวคือเอาเปลือกออกก่อนเมื่อนำไปบดจะกลายเป็นพริกไทยป่นนำมาเอามาประกอบอาหารได้หลากหลายเป็นเครื่องเทศที่คนไทยนิยมมาก ยังมีการใช้พริกไทยมาบรรเทาอาการเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร         ขับพยาธิและระงับอาการอาเจียน

ขิง เปลือกนอกจะมีสีน้ำตาลอมเหลืองจะมีกลิ่นเฉพาะตัว ขิง นำเอามาทำอาหารได้หลากหลาย ใช้ทำผัดขิง ใส่ในยำก็อร่อยยังนำเอาไปทำขนมหวานได้อีกด้วยอย่างเช่น เต้าฮวย  น้ำขิง และขิงแช่อิ่ม ยังนำไปแปรรูปเป็นขิงผงสำหรับชงกินอีก

ขึ้นฉ่าย เป็นผักสมุนไพรที่มีกลิ่นหอม เอาไปใช้ในการปรุงอาหารเพื่อดับคาวปลาหรือเพิ่มกลิ่นหอมให้น้ำซุปและยังนำไปผัดได้ ขึ้นฉ่าย มีโพแทสเซียมทำให้หลอดเลือดขยายตัว ช่วยลดความดันโลหิตและช่วยนอนหลับได้ดี

กะเพรา การนำกะเพราไปประกอบอาหารคนส่วนมากจะนำส่วนใบไปทำเท่านั้นความแตกต่างของกะเพราแดงและกะเพราขาวจะเป็นแค่กลิ่นที่แตกต่างกันนิดหน่อยขึ้นอยู่ว่าคนที่จะทำจะชอบแบบไหนในการกิน

ใบกะเพรา ช่วยเรื่องขับลมแก้ปวดท้อง แก้จุกเสียดและอาเจียน

เตยหอม การใช้นำเอาไปขยำกับกะทิ ใช้แต่งกลิ่นเค้กให้มีกลิ่นหอมและของหวานอื่นได้อีกมากมาย

กระเทียม มีการใช้กระเทียมในการทำอาหารมากมายไม่ว่าจะเป็นผัด ต้ม ยังใส่อาหารต่างชาติได้อีก กระเทียมช่วยลดอาการจุกเสียดท้องแน่นท้องควบคุมระดับไขมันในเส้นเลือดลดการเกิดลิ่มเลือดช่วยป้องกันโรคหัวใจและช่วยยับยั้งโรคหัวใจยังนำเอามารักษาแผลสดและเรื้อรังได้ดี

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  แทงหวยฮานอย

จำเป็นแค่ไหนในการใช้แมสก์และเจลล้างมือ

สถานการณ์ของโลกตอนนี้มีความจำเป็นแค่ไหนในการใช้แมสก์และเจลล้างมือ

             หากจะไม่พูดถึงสถานการณ์ของโลกของเราในปัจจุบันนี้คงเป็นไปไม่ได้เพราะนอกจากตอนนี้คนทั้งโลกจะต้องต่อสู้กับฝุ่น PM2.5 ที่มีพิษร้ายแรงที่สามารถเข้าไปทำลายระบบทางเดินทางใจและทำลายปอดของเราได้แล้วตอนนี้ทั้งโลกยังต้องมาเจอกับสถานการณ์ของโรคที่กำลังระบาดหนัก ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากลัวเป็นอย่างมาก

ซึ่งโรคที่กำลังเป็นที่จับตามองอยู่นี้คือ โรคไวรัสโคโรน่า ซึ่งเป็นสายพันธุ์ใหม่ เป็นสายพันธุ์ 2019  ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน เมืองอู่ฮั่น ซึ่งไวรัสชนิดนี้กำลังเป็นที่ระบาดไปทั่วโรค การติดต่อก็สามารถติดต่อกันได้ง่ายเพียงแค่หายใจในอากาศร่วมกันก็สามารถติดต่อได้แล้ว และที่สำคัญโรคนี้ยังไม่มียารักษา จึงทำได้เพียงแค่รักษาตามอาการเท่านั้น ในปัจจุบันมีผู้เสียชีวิตแล้วหลายราย และทางการจีนยังได้ออกมายอมรับอีกด้วยว่าประชาชนชาวจีนที่อยู่ที่เมืองอู่ฮั่น

ซึ่งเป็นเมืองของต้นกำเนิดโรคนี้ได้เดินทางออกนอกประเทศมาถึง 5 ล้านคนและคาดว่าส่วนใหญ่จะพากันเดินทางมาที่ประเทศไทย ดังนั้น นี่จึงถือได้ว่าเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินของประเทศไทยอย่างมากเพราะเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่า นักท่องเที่ยวชาวจีนที่นั่งอยู่ข้างๆเรา หรือที่เดินอยู่ข้างๆเราจะมีเชื้อนี้อยู่ในตัวหรือไม่ ดังนั้น หน้ากากอนามัยและเจลล้างมือจึงถือว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากในขณะนี้

เพราะอย่างน้อยการที่เราสวมใส่หน้ากากอนามัยอาจตจะไม่ช่วยป้องกันเรื่องฝุ่น PM2.5 ได้แต่อย่างน้อยก็สามารถช่วยเรื่องการหายใจเอาเชื้อไวรัสโคโรน่าเข้าร่างกายได้เช่นกัน และเราควรที่จะทำความสะอาดมือของเราทุกครั้งที่มีการไปจับหรือไปสัมผัสอะไรก็แล้วแต่ที่มีคนสัมผัสกันมาก เช่นราวสะพาน  ปุ่มกดภายในลิฟ และอื่นๆอีกมากมาย

ซึ่งนั่นหมายถึงว่าหากสิ่งของที่เราจับไม่ใช่สิ่งที่เราจับต้องเองคนเดียวแต่มีคนใช้ร่วมกันหลายคน ก่อนใช้งานทุกครั้งจำเป็นต้องใช้เจลล้างมือก่อนใช้งานและหลังใช้งานทุกครั้งเพราะเป็นการรักษาความสะอาดให้กับมือของเรา และในช่วงนี้หากใครที่ต้องออกไปนอกบ้าน ต้องไปอยู่ในพื้นที่สาธารณะที่มีผู้คนพลุกพล่านจึงจำเป็นต้องใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันไม่ให้ลมให้ใจของคนอื่นมาโดนตัวเรา

และหากเป็นไปได้หากเราสามารถหาซื้อหน้ากาก N95 ได้ก็ควรใส่หน้ากาก N95 จะดีกว่าเพราะนอกจากจะป้องกันเรื่องโรคไวรัสโคโรน่าแล้วยังสามารถป้องกันพิษจากฝุ่นละออง PM2.5 ได้ด้วย ช่วงนี้มีเชื้อโรคมากมายที่จะสามารถทำร้ายร่างกายของเราได้ดังนั้นการหาทางป้องกันจึงเป็นสิ่งที่สมควรทำอย่างยิ่ง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  สมัครเว็บหวยฮานอย

ภัยขนาดเล็กจากฝุ่นPM2.5

หลายวันที่ผ่านมานี้ทุกคนของเห็นหมอกในเช้าที่ปกคลุมไปทั่วโดยเฉพาะในกรุงเทพที่เห็นเป็นหมอกหนาเป็นอย่างมาก คงสงสัยสินะว่าทำหมกมันเยอะมากขนาดนี้ อากาศหนาวหรือ ก็ไม่นะ สภาพอากาศของประเทศไทยนั้นก็ยังคงมีอากาศร้อนเหมือนเดิม แล้วหมอกพวกนี้มันมาจากไหน ลบล้างความคิดนั้นออกไปเลย

เพราะสิ่งที่คุณเห็นว่าเหมือนหมอกที่ปกคลุมอยู่นั้น แท้จริงแล้วไม่ใช่หมอก แต่มันคือ กลุ่มของฝุ่นอันตรายอย่างPM2.5 ซึ่งเป็นมลภาวะที่อยู่คู่กับประเทศไทยมาช้านานแล้ว แต่หลายๆปีที่ผ่านมานั้นมันยังไม่รุนแรงถึงขั้นนี้ก็ว่าได้ เพราะสาเหตุหลักที่มันอยู่กับประเทศไทยมานั้น

มาจากการกระทำของมนุษย์อย่างเราทั้งสิ้น ซึ่งการแก้ไขปัญหาให้ได้อย่างเด็ดขาดนั้นก็คือการที่ต้องนำเครื่องมือทางเทคโนโลยีเข้ามาช่วย พร้อมกับแนวทางการจัดการจากต้นน้ำสู่ปลายน้ำที่ยั่งยืน ฝุ่นPM2.5ไม่ได้มีแค่เฉพาะกรุงเทพเท่านั้นแต่ยังถูกปกคลุมไปทั่วประเทศ ซึ่งส่งผลเสียที่จะไปกระทบต่อสุขภาพร่างของประชาชน เพราะฝุ่นPM2.5นี้มีขนาดที่เล็กมาก มีขนาดอนุภาคที่เล็กกว่า 2.5 ไมครอนเสียอีก

ถ้าหากทำการมองด้วยตาเปล่าก็ของจะไม่เห็นแน่ แต่ถ้ามันจำกลุ่มรวมกันกันในจำนวนที่มากๆ ก็จะเห็นเหมือนเป็นกลุ่มควัน กลุ่มหมอก ที่เราเห็นในตอนนี้นั้นเอง  ฝุ่นPM2.5นั้นเป็นอันตรายต่อร่างกายอย่างมาก เพราะความที่มันขนาดอนุภาคที่เล็กจึงที่จะสามารถแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายและอย่างรวดเร็ว โดยที่ถ้าเราหายใจเข้าไปสู่ปอด

และซึมผ่านผนังเข้าสู่กระแสเลือด ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นกับร่างกายนั้นจะแบ่งออกเป็น 2 แบบ นั้นก็คือ แบบเฉียบพลัน และ แบบเรื้อรัง ในส่วนของแบบเฉียบพลันนั้นจะแสดงอาการภายใน 1-2 วัน ในส่วนมากจะเกิดขึ้นกับระบบของทางเดินหายใจ คือ ไอ เจ็บคอ หายใจแล้วมีเสียงฟืดฟาด มีเลือดกำเดาไหลออกมา ถ้าหากว่าเลือดนั้นไหลลงคอจะทำให้เกิดเสมหะที่เลือดเจือปนอยู่รวมด้วย หากฝุ่นเข้าตาด้วยแล้วนั้นก็จะทำให้เกิดการระคายเคืองที่ตา ตาแดง

ถ้าหากโดนผิวหนังก็จะเกิดผื่นคัน ตุ่มขึ้น ในอีกแบบคือ แบบเรื้อรัง แบบนี้จะยังไม่แสดงผลให้เห็นชัดเจน แต่จะเป็นการสะสมของพิษในร่างกายเอาไว้ แล้วถูกแสดงผลออกมาแบบระยะยาว นั้นก็คือ เส้นเลือดในหัวใจตีบทำให้เป็นโรคหัวใจวาย หัวใจเกิดอาการเต้นปกติ เส้นเลือดไปเลี้ยงสมองตีบ ซึ่งจะทำให้เกิดภาวะอัมพาตหรือถึงขั้นเสียชีวิตได้

การเกิดโรคมะเร็วปอดเพราะฝุ่นขนาดเล็กจะมีสารที่ก่อให้เกิดมะเร็ง สำหรับหญิงที่กำลังตั้งครรภ์อยู่นั้นควรระวัง เพราะจะทำให้เด็กในท้องคลอดก่อนกำหนด มีน้ำหนักน้อย มีปัญหาในเรื่องภูมิคุ้มกัน ติดเชื้อง่าย และเสี่ยงต่อการเป็นโรคออทิสซึม โดยผลกระทบทั้งหมดนี้ที่ได้นำมาแจ้งเตือนนั้นได้รับการยืนยันที่ตรงกันจากงานวิจัยทั่วโลก 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ชุดตรวจ hiv