วิธีการที่เรารับมือเมื่อทารกเป็นหวัด 

เมื่อลูกน้อยเรานั้นเป็นหวัดนั้นเราต้องดูแลลูกน้อยของเรานั้นอย่างไร เพื่อที่จะให้อาการหวัดนั้นดีขึ้นได้ 

  • บรรเทาอาการนั้นด้วยยา การที่เรานั้นจะให้ลูกเรานั้นกินยาเราต้องรอให้ลูกเรานั้นครบ4 เดือนก่อนหรือว่าเรานั้นพาไปพบแพทย์เพราะว่าแพทย์นั้นจะได้ให้ยาที่ดีต่อลูกน้อยของเรา 
  • สังเกตอาการอย่างใกล้ชิด คุณพ่อคุณแม่นั้นควรที่จะเฝ้าระวังและก็สังเกตอาการของลูกน้อยเรานั้นอย่างสม่ำเสมอ และเมื่อถ้าลูกน้อยเรานั้นเป็นนานเกิน 3 วัน และมีอาการที่จะรุนแรงนั้นมากขึ้นก็ควรที่จะไปพอหมอเมื่อลูกน้อยเรานั้นหายใจหอบเหนื่อย เป็นต้น  อาจเป็นอาการบ่งชี้ของโรคปอดบวม ได้ จึงควรที่พาเด็กไปพบแพทย์ หากเด็กมีอาการดังกล่าว 
  • ระบายเสมหะ  กล้ามเนื้อของทารกนั้นยังไม่แข็งแรงพอ ที่จะไอเพื่อกำจัดสิ่งแปลกปลอมในระบบทางเดินหายใจ ได้อย่างมีประสิทธิจึงอาจจะมีเสมหะนั้นตกอยู่ที่คอ ดังนั้นคุณแม่นั้นอาจจะต้องช่วยในการระบายเสมหะนั้นออกเพื่อที่จะให้เด็กนั้นรู้สึกอึดอัด 
  • ล้างจมูก  เมื่อลูกน้อยนั้นมีอาการหวัดอาจทำให้ทารกคัดจมูกและหายใจนั้นติดขัดพ่อแม่นั้นสามารถที่จะล้างจมูกลูกเรานั้นได้เพราะว่าเป็นการล้างเอาเสมหะนั้นออกมาตามที่เรานั้นฉีดออก ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้สามารถที่จะไปซื้อตามร้านที่อุปกรณ์ร้านขายยา ทั่วไป 
  • กระตุ้นให้ลูกดูดนม เมื่อเป็นหวัดเจ้าตัวน้อยต้องเบื่ออาหารอย่างแน่นอนดังเราก็ควรที่จะกระตุ้นลูกน้อยดูดนมอยู่เสมอ แต่ถ้าว่าลูกน้อยนั้นไม่ยอมที่จะกินนมดังนั้นเราควรที่จะพาลูกน้อยเรานั้นไปพบแพทย์เพราะว่าอาจจะเสี่ยงภาวการณ์ขาดน้ำเป็นต้น 
  • ให้ลูกน้อยเรานอนพักผ่อน  เมื่อลูกน้อยของเรานั้นไม่สบายเกิดอาการที่นอนแล้ว มีอากร ไอ น้ำมูก เสมหะ อาจจะส่งผลให้ลูกน้อยดังนั้นการที่เรานั้นปรับเปลี่ยนการนอนให้ลูกน้อยนั้นเพื่อที่จะให้ลูกน้อยนอนหลับ หรือว่าจะเป็นการอาบน้ำอุ่น หรือว่าเปิกเพลงให้ลูกน้อยเรานั้นฟัง เพื่อที่จะช่วยในการหลับนอนให้มากยิ่งขึ้น 

เมื่อไหร่ที่ควรจะพาไปแพทย์ 

แล้วถ้าเราดูแลลูกน้อยเรานั้นแล้วถ้ายังอาการไม่ดีขึ้นให้เรานั้นพาไปพบแพทย์ทันที  

  • หายใจนั้นลำบาก
  • ไม่ยอมที่จะดูดนมหรือดูดนมน้อยกว่าเดิม 
  • มีไข้นั้นสูง
  • ไออย่างรุนแรงซึ่งจะทำให้ลูกน้อยเรานั้นอาจจะเป็นโรคของไอกรนได้ 
  • มีสัญญาณของการที่ขาดน้ำเพราะว่าไม่ปัสสาวะเลยตั้งแต่ช่วง 6 ชั่วโมง เป็นต้น 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ชุดตรวจซิฟิลิส