วิตามินกับการสะสมในร่างกาย

วิตามิน อยู่ในประเภทของสารอาหารที่เรียกว่า Micronutrients หรือมีความหมายว่าสารอาหารที่ร่างกายไม่ได้จำเป็นที่จะต้องการเยอะๆ ต่างกับ Macronutrients ที่ร่างกายอยากจำเป็นที่จะต้องการเป็นจำนวนมาก

Macronutrients คืออะไร เราจะรู้จักกันในรูปของ Carbohydrates หรือ แป้ง Fats ไขมัน และ Protein โปรตีน ส่วน Micronutrients คือวิตามินที่เราพูดถึงไม่ว่าจะเป็น วิตามิน A, B หรือ วิตามิน C ซึ่งเราได้ยินกันมานาน

เรามารู้จักวิตามินที่อยู่รอบๆ ตัวเรา และประโยชน์ของมันกันดีกว่า

A: สร้างโปรตีน บำรุงสายตา รวมทั้งระบบภูมิต้านทาน

B: ช่วยทำให้ระบบประสาทการสร้างเม็ดเลือดแดงระบบเผาผลาญดำเนินงานดี

C: สร้างคอลลาเจน ต้านทานอนุมูลอิสระ

D: ช่วยซึมซับแคลเซียมและก็สร้างภูมิต้านทาน

E: ต้านอนุมูลอิสระบำรุงผิว และเส้นผม

K: ช่วยทำให้เลือดแข็งตัวเร็ว เวลาเกิดแผล

หมายเหตุ เนื่องจากว่าวิตามิน นั้น ร่างกายไม่ได้จำเป็นที่จะต้องการเยอะๆ แต่ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละวิตามินแต่ละจำพวกแต่ละบุคคล เพราะ บางคนมีลักษณะขาดวิตามินมากกว่าได้รับ ซึ่งร่างกายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นแนะนำว่าก่อนที่จะทานวิตามินตัวไหนให้ปปรึกษาแพทย์ก่อน

 

ที่จริงแล้ว วิตามินสะสมในร่างกายหรือไม่

อะไรที่พวกเราได้รับเข้าไปในร่างกายนั้น ย่อมมีการถูกย่อย ซึมซับ และก็ขับออกมาตามธรรมชาติ แต่ว่าวิตามินนั้น มีสองจำพวกสำคัญๆ เป็นแบบที่ละลายในน้ำ แล้วก็แบบที่ละลายในไขมัน ซึ่งในส่วนที่ละลายในไขมัน จะสามารถถูกนำไปเก็บในตับได้สำหรับวิตามินที่ละลายในไขมัน เช่น Vitamin A , E , D , K เป็นต้น และในส่วนของ ส่วนวิตามินที่ละลายในน้ำ คือ Vitamin B และ C เป็นต้น ในส่วนของวิตามินที่ละลายในน้ำ ร่างกายมนุษย์เราประกอบไปด้วยน้ำ 60-70% ซึ่งน้ำภายในร่างกายพวกเรา จะถูกถ่ายออกทั้งสิ้นในเวลาราว ๆ 16 วัน และทำการ Recycle หมายความว่าร่างกายจะทำการกำจัดวิตามินที่เกินภายใน 16 วัน

ส่วนวิตามินที่ละลายในไขมันอาจจะสะสมในตับ และในเซลล์ไขมันภายในร่างกายได้ซึ่งถ้าหากไม่ได้ทานอาหารเสริมเป็นจำนวนมากก็แทบไม่สะสมเลย

หมายเหตุ  ส่วนวิตามินที่ละลายในน้ำ เช่น vitamin C แล้วก็ B จะไม่สะสมก็จริง แต่ว่าการกินเยอะเกินไปก็ก่อให้เกิดผลกระทบได้

Vitamin C มากจนเกินไป จะก่อให้เกิดอาการตัวอย่างเช่นท้องร่วง มึนหัว คลื่นไส้ หรือเป็นนิ่วได้ รวมทั้งจะมีผลต่อการดูดซึมวิตามอินอื่นๆ ได้ด้วย ซึ่งจากงานศึกษาค้นคว้าและการวิจัยพบว่ามนุษย์เรารับประทาน Vitamin C ได้ถึง 10 กรัมโดยไม่เป็นผลรุนแรงต่อสภาพทางด้าน 

Vitamin B2 มากจนเกินไป จะมีผลให้กำเนิดอาการฉี่ เป็นสีเหลือง เรียกว่าอาการ Flavinuria เกิดขึ้นมาจากสาร Riboflavin ที่ขับออกมาด้วย ซึ่งปัจจุบันนี้ยังไม่เจอผลกระทบร้ายแรง

Vitamin B 3 มากเกินไป ซึ่งอาจก่อให้ส่งผลต่อตับได้

ในส่วนของวิตามินที่ละลายในไขมัน ก็เป็นผลเสียได้ด้วยเหมือนกันถ้าหากรับประทานมาก ๆ

Vitamin A ถ้าเกิดได้รับมากมายไป อาจจะมีการเกิดลักษณะของการปวดหัว ตาลายรวมทั้งผิวแห้งได้ 

Vitamin D ถ้าเกิดได้รับมากเกินไปเป็นอาจมีอาการหน้ามืด อ้วกและก็กล้ามอ่อนแรงได้ 

Vitamin E รวมทั้ง Vitamin K ถ้าได้รับมากเกินไปอาจมีผลต่อระบบการแข็งตัวของเลือดได้

วิตามินมีข้อดีมากมายและแทบไม่มีผลกระทบใด ๆ เลยถ้าหากเราไม่รับประทานแต่พอดีหรือรับประทานตามคำแนะนำของแพทย์เพราะไม่ว่าจะเป็นอาหารใดๆ ก็ตามหากเรารับประทานในปริมาณมากก็ส่งผลเสียต่อร่างกายได้ไม่ต่างกัน

 

สนับสนุนโดย  เครื่องช่วยฟัง